พลิกโฉมองค์กร: เมื่อ Agentic AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างการทำงาน

พลิกโฉมองค์กร: เมื่อ Agentic AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างการทำงาน

โลกของธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น เทคโนโลยี Agentic AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือช่วยงานอีกต่อไป แต่มันกำลังจะกลายเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ที่มีความคิดและตัดสินใจได้เอง มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า

ลองนึกภาพว่ามีพนักงานที่สามารถกำหนดเป้าหมาย วางแผน และลงมือทำภารกิจให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ Agentic AI สามารถทำได้ และมันจะเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง

Agentic AI คืออะไรกันแน่?

Agentic AI หรือที่บางคนเรียกว่า AI ตัวแทน คือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการออกแบบมาให้มีความสามารถในการดำเนินการอย่างอิสระ พวกมันไม่ใช่แค่โปรแกรมที่ทำตามคำสั่งทีละขั้น

แต่สามารถ ตั้งเป้าหมาย ของตัวเองได้ คิดหา แผนการทำงาน ที่เหมาะสม และ ปรับปรุงวิธีการ ได้ตลอดเวลาเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

ความพิเศษของมันอยู่ที่การมี autonomy (ความเป็นอิสระ) และ proactiveness (การริเริ่มลงมือทำ) ซึ่งต่างจาก AI แบบเดิมๆ ที่มักจะรอคำสั่งจากผู้ใช้งานเท่านั้น เจ้า AI ตัวแทนเหล่านี้จึงมีความพร้อมที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในองค์กรและสร้างมูลค่าใหม่ๆ ได้อย่างคาดไม่ถึง

AI ตัวแทนจะเข้ามาอยู่ในแผนผังองค์กรได้อย่างไร?

เมื่อ Agentic AI มีบทบาทคล้ายพนักงาน การจัดวางตำแหน่งในแผนผังองค์กรจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดี มีหลายแนวทางที่เป็นไปได้

บางองค์กรอาจเลือกที่จะมี ทีมเฉพาะ ที่ดูแลฝูง AI ตัวแทนทั้งหมด เหมือนการบริหารจัดการแผนกหนึ่ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยกำกับดูแลและกำหนดทิศทาง

อีกแนวทางหนึ่งคือให้ พนักงานแต่ละคน เป็นผู้ดูแลและใช้งาน AI ตัวแทนของตัวเองโดยตรง เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำงานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานส่วนบุคคล

หรือในอนาคตอันใกล้ AI ตัวแทนอาจจะทำงานในสถานะที่ใกล้เคียงกับ เพื่อนร่วมงานที่เป็นมนุษย์ ในโปรเจกต์ต่างๆ โดยมีเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ชัดเจนร่วมกัน นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ความท้าทายในการบริหารจัดการ AI ตัวแทน

แน่นอนว่าการนำ AI ตัวแทนเข้ามาทำงานก็มาพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ ที่ผู้นำต้องเตรียมรับมือ

การ มอบหมายงาน ให้ AI ทำอย่างไรให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพที่สุด การ กำกับดูแล ผลการปฏิบัติงาน รวมถึงการ ประเมินผล ว่า AI ทำงานได้ดีแค่ไหน และจะพัฒนาอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งสำคัญ

นอกจากนี้ การจัดการเรื่อง จริยธรรม และ ความปลอดภัย ก็เป็นหัวใจหลัก ต้องมั่นใจว่า AI ตัวแทนจะไม่สร้างปัญหาหรือตัดสินใจผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและสังคม

การจัดสรร ทรัพยากร เช่น พลังประมวลผล ข้อมูล หรือการเข้าถึง API ต่างๆ ให้กับ AI ตัวแทนแต่ละตัวก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้มันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกิดปัญหาคอขวด

บทบาทใหม่ของคนและผู้นำในยุค AI

การมาถึงของ Agentic AI ไม่ได้แปลว่ามนุษย์จะตกงาน แต่มันหมายถึงการ ยกระดับบทบาท ของมนุษย์ให้สูงขึ้น จากเดิมที่อาจต้องทำงานซ้ำซาก หรืองานที่ใช้เวลามาก ก็จะเปลี่ยนมาเป็นการ กำกับดูแล วางแผนกลยุทธ์ และ กำหนดเป้าหมายระดับสูง แทน

อาจเกิดตำแหน่งใหม่ๆ ขึ้นมา เช่น “หัวหน้าฝ่าย Agentic AI” ที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบ AI ตัวแทนทั้งหมดในองค์กร ตั้งแต่การวางแผน การใช้งาน ไปจนถึงการควบคุมจริยธรรมและความเสี่ยงต่างๆ

มนุษย์จะกลายเป็นผู้ที่คอย สื่อสารเป้าหมาย ที่ซับซ้อนให้ AI เข้าใจ คอย ตรวจสอบ และ แก้ไข เมื่อเกิดปัญหา รวมถึงเป็นผู้ที่คอย คิดค้นนวัตกรรม ใหม่ๆ ที่ AI ยังไม่สามารถทำได้ การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI ตัวแทนจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จขององค์กรในอนาคต

องค์กรที่สามารถปรับตัวและนำ Agentic AI มาใช้ได้อย่างชาญฉลาด จะเป็นผู้ที่ก้าวล้ำนำหน้าในการแข่งขัน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่หยุดยั้ง