
หลุดพ้นจากวงกต Vim: คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่
หากคุณเคยทำงานกับโค้ดหรือแก้ไขไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ อาจจะเคยได้ยินชื่อ Vim มาบ้าง
Vim เป็นโปรแกรมแก้ไขข้อความที่ทรงพลังและปรับแต่งได้สูง เป็นที่นิยมในหมู่นักพัฒนาและผู้ดูแลระบบ แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพมหาศาล แต่สำหรับมือใหม่แล้ว Vim อาจจะดูน่ากลัวและทำให้รู้สึกเหมือนติดอยู่ในวงกต เพราะการทำงานที่แตกต่างจากโปรแกรมแก้ไขข้อความทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
หลายคนอาจจะเคยประสบปัญหา เปิด Vim เข้าไปแล้ว พิมพ์อะไรก็ไม่ได้ หรือ กดปุ่มไหนก็ไม่ออก จนต้องปิดหน้าต่าง Terminal ทิ้งไปเลยด้วยซ้ำ สิ่งนี้แหละที่ทำให้ Vim มีชื่อเสียงว่าเป็น “เครื่องมือที่ซับซ้อน” แต่ความจริงแล้ว เพียงแค่เข้าใจหลักการพื้นฐานไม่กี่อย่าง ก็จะทำให้การใช้งาน Vim ง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
ทำความรู้จักกับ Vim: ทำไมใครๆ ก็ทั้งรักทั้งหลง (และบางทีก็ติดกับ)
Vim แตกต่างจากโปรแกรมแก้ไขข้อความอื่น ๆ ตรงที่มันทำงานในลักษณะ “โหมด” (Modes) ซึ่งหมายความว่า ปุ่มที่คุณกดจะทำงานแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่า Vim กำลังอยู่ในโหมดไหน
แนวคิดเรื่องโหมดนี่เองที่เป็นสาเหตุให้ผู้ใช้ใหม่ ๆ สับสนและติดขัด
แต่เมื่อคุ้นเคยแล้ว การทำงานด้วย Vim จะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก เพราะแทบไม่ต้องใช้เมาส์เลย ทุกอย่างควบคุมได้ด้วยคีย์บอร์ดทั้งหมด ทำให้มือไม่จำเป็นต้องละออกจากแป้นพิมพ์ ส่งผลให้การทำงานราบรื่นและต่อเนื่องกว่า
หัวใจสำคัญของ Vim: โหมดการทำงานที่แตกต่าง
Vim มีโหมดหลัก ๆ ที่คุณจำเป็นต้องรู้จัก เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น
โหมดแรกคือ Normal Mode นี่คือโหมดเริ่มต้นเมื่อคุณเปิด Vim ขึ้นมา ในโหมดนี้ คุณไม่สามารถพิมพ์ข้อความได้โดยตรง แต่จะใช้สำหรับ นำทาง (เลื่อนเคอร์เซอร์), ลบ (Delete), คัดลอก (Yank) และ วาง (Put) ข้อความ
โหมดที่สองคือ Insert Mode นี่คือโหมดที่คุณจะ พิมพ์ข้อความ หรือแก้ไขเนื้อหาไฟล์ได้เหมือนโปรแกรมแก้ไขข้อความทั่วไป
โหมดที่สามคือ Visual Mode ใช้สำหรับ เลือกข้อความ เพื่อคัดลอก ลบ หรือดำเนินการอื่น ๆ กับส่วนที่เลือก
และสุดท้ายคือ Command-Line Mode หรือ Last-Line Mode ซึ่งจะเข้าสู่โหมดนี้เมื่อคุณกดเครื่องหมายโคลอน (: ) ใช้สำหรับป้อนคำสั่งต่าง ๆ เช่น การบันทึกไฟล์ การออกจากโปรแกรม หรือการค้นหาและแทนที่
ก้าวแรกสู่การใช้งาน: คำสั่งพื้นฐานที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
นี่คือคำสั่งพื้นฐานที่คุณต้องรู้เพื่อเริ่มต้นและหลีกเลี่ยงการติดอยู่ใน Vim
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการกลับไปที่ Normal Mode เสมอ หากไม่แน่ใจว่ากำลังอยู่ในโหมดไหน ให้กดปุ่ม Esc ซ้ำ ๆ หลายครั้ง จนกว่าคุณจะอยู่ใน Normal Mode
จาก Normal Mode หากต้องการ พิมพ์ข้อความ ให้เข้าสู่ Insert Mode โดยกด:
- i (insert) เพื่อแทรกข้อความก่อนเคอร์เซอร์
- a (append) เพื่อแทรกข้อความหลังเคอร์เซอร์
- o (open) เพื่อแทรกบรรทัดใหม่ด้านล่างและเข้าสู่ Insert Mode
เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วและต้องการกลับไปทำอย่างอื่น ให้กด Esc เสมอ
คำสั่งพื้นฐานในการจัดการไฟล์ (ต้องอยู่ใน Command-Line Mode โดยการกด : ก่อน):
- :w (write) เพื่อ บันทึก ไฟล์
- :q (quit) เพื่อ ออกจาก Vim
- :wq หรือ ZZ (ใน Normal Mode) เพื่อ บันทึกและออก
- :q! หรือ ZQ (ใน Normal Mode) เพื่อ ออกโดยไม่บันทึก (บังคับออก)
การ นำทาง เบื้องต้นใน Normal Mode:
- h เลื่อนไปทางซ้าย
- j เลื่อนลง
- k เลื่อนขึ้น
- l เลื่อนไปทางขวา
เคล็ดลับสำหรับมือใหม่: ฝึกฝนอย่างชาญฉลาด
การเรียนรู้ Vim เหมือนกับการเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ อย่าพยายามจำทุกคำสั่งในคราวเดียว ให้เริ่มต้นจากคำสั่งพื้นฐานที่จำเป็นก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มพูนความรู้เมื่อคุ้นเคย
ลองเปิดไฟล์อะไรก็ได้ใน Vim แล้วฝึกฝนคำสั่งเหล่านี้ซ้ำ ๆ ดู การทำความเข้าใจ “โหมด” และการสลับไปมาระหว่าง Normal Mode และ Insert Mode คือกุญแจสำคัญ
มีแหล่งข้อมูลและ cheat sheet มากมายออนไลน์ที่สามารถช่วยคุณได้ ใช้มันให้เป็นประโยชน์ และอย่าท้อถอยหากรู้สึกว่าซับซ้อนในช่วงแรก
เมื่อคุณเชี่ยวชาญ Vim แล้ว คุณจะค้นพบว่ามันเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมหาศาล และคุณจะเข้าใจว่าทำไมผู้ใช้หลายคนถึงไม่สามารถหันหลังกลับไปใช้โปรแกรมแก้ไขข้อความแบบเดิมได้อีกเลย