แอปฟรี ที่จริงแล้วไม่ได้ฟรี แลกด้วยอะไรไปบ้าง?

แอปฟรี ที่จริงแล้วไม่ได้ฟรี แลกด้วยอะไรไปบ้าง?

หลายคนคงคุ้นเคยกับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท ไม่ว่าจะเป็นแอปโซเชียลมีเดีย เกม หรือเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่าง ๆ

แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ถ้าแอปเหล่านี้ “ฟรี” แล้วบริษัทผู้พัฒนาอยู่ได้อย่างไร และอะไรคือสิ่งที่เราต้อง “จ่าย” แลกกับการใช้งานเหล่านั้น

คำตอบง่าย ๆ คือ เรากำลังจ่ายด้วย ข้อมูลส่วนตัว ของเรานั่นเอง

แอปฟรีได้ข้อมูลอะไรไปจากเราบ้าง?

แอปพลิเคชันฟรี ไม่ว่าจะน่ารักหรือมีประโยชน์แค่ไหน มักมีกลไกซ่อนอยู่เพื่อเก็บข้อมูลของเรา ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีแค่สิ่งที่เรากรอกโดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลายสิ่งที่เราอาจไม่รู้ตัว

อย่างแรกคือ ข้อมูลส่วนตัว ที่เราให้ไปตรง ๆ เช่น ชื่อ อีเมล อายุ หรือบางครั้งก็เป็นตำแหน่งที่ตั้ง เมื่อเรายินยอม

นอกจากนั้น ยังมี พฤติกรรมการใช้งาน ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น คุณใช้แอปอะไรบ่อยแค่ไหน กดตรงไหนบ้าง เลื่อนดูอะไร ประเภทของอุปกรณ์ที่คุณใช้ และแม้กระทั่ง IP address ของคุณ ข้อมูลเหล่านี้บอกได้ว่าคุณชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

และที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ ข้อมูลเดาใจ หรือข้อมูลเชิงอนุมาน ซึ่งเกิดจากการนำข้อมูลทั้งหมดที่เก็บได้ มาวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ความสนใจ รสนิยม หรือแม้แต่สถานะทางเศรษฐกิจของคุณ เพื่อสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ที่ละเอียดอ่อนขึ้น

ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้อย่างไร?

เมื่อแอปมีข้อมูลของเราอยู่ในมือ พวกเขาก็มีวิธีนำไปใช้เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือการแสดง โฆษณาเฉพาะบุคคล นั่นเอง

คุณอาจเคยสังเกตว่า เวลาคุยเรื่องอะไรบางอย่างกับเพื่อน แล้วอีกสักพักโฆษณาที่เกี่ยวข้องก็เด้งขึ้นมาในฟีด นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการเก็บข้อมูลพฤติกรรมและความสนใจของคุณ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงใจมากที่สุด

นอกจากนี้ ข้อมูลเหล่านั้นยังสามารถถูก ซื้อขายข้อมูล ให้กับบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นบริษัทโฆษณา หรือนายหน้าข้อมูล ที่นำไปใช้ต่อยอดในธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้มหาศาลของผู้พัฒนาแอป

บางครั้งข้อมูลก็ถูกใช้เพื่อ พัฒนาบริการ ให้ดียิ่งขึ้น เช่น ปรับปรุงคุณสมบัติ หรือแก้ไขข้อบกพร่อง และแน่นอนว่ายังใช้สำหรับการวิจัยตลาด เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้นด้วย

ความเสี่ยงที่เราอาจมองข้าม

การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับความสะดวกสบายจากแอปฟรีนั้น มาพร้อมกับความเสี่ยงที่คุณควรตระหนัก

อย่างแรกคือ ความเป็นส่วนตัว ของคุณอาจถูกละเมิด เพราะข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากที่ถูกรวบรวมไป อาจทำให้บุคคลที่ไม่ประสงค์ดีสามารถสร้างภาพโปรไฟล์ของคุณขึ้นมาได้อย่างละเอียด และนำไปใช้ในทางที่ผิด

มีความเสี่ยงที่ รั่วไหลของข้อมูล หากแอปหรือเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลมีช่องโหว่ทางความปลอดภัย ข้อมูลของคุณอาจตกไปอยู่ในมือของแฮกเกอร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลส่วนตัวหรือการหลอกลวง

นอกจากนี้ การที่ข้อมูลของเราถูกนำไปวิเคราะห์และสร้างโปรไฟล์อย่างละเอียด ยังอาจนำไปสู่ การถูกชี้นำ หรือการควบคุมทางความคิดผ่านเนื้อหาหรือโฆษณาที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้เราตัดสินใจซื้อสินค้าหรือเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยที่เราไม่รู้ตัว

ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างไร?

แม้ว่าการใช้งานแอปพลิเคชันจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเราได้ดีขึ้น

เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบ การอนุญาตเข้าถึง ของแอปก่อนติดตั้งเสมอ หากแอปไฟฉายขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อหรือรูปภาพ ก็อาจจะต้องคิดทบทวนว่าจำเป็นจริง ๆ หรือไม่

พยายามอ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว ของแอปเท่าที่จะทำได้ แม้จะยาวและซับซ้อน แต่ก็ช่วยให้เข้าใจว่าข้อมูลของคุณจะถูกนำไปใช้อย่างไร

ใช้ประโยชน์จากการ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ในแอปและในระบบปฏิบัติการของสมาร์ตโฟน เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูล หรือยกเลิกการติดตามโฆษณา

พิจารณาใช้เครื่องมือบล็อกโฆษณา หรือ VPN เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการท่องโลกออนไลน์

สุดท้าย ลองพิจารณาทางเลือกที่เป็น เวอร์ชันเสียเงิน ของแอปที่คุณใช้เป็นประจำ บางครั้งการลงทุนเล็กน้อยก็คุ้มค่ากับความสบายใจและความปลอดภัยของข้อมูลที่คุณจะได้รับ