เมื่อโซเชียลมีเดียทำให้รู้สึกว่า “คนอื่นทำได้ดีกว่าเสมอ”

เมื่อโซเชียลมีเดียทำให้รู้สึกว่า “คนอื่นทำได้ดีกว่าเสมอ”

เคยไหมที่เลื่อนฟีดไปเรื่อยๆ แล้วรู้สึกเหมือนชีวิตคนอื่นช่างน่าอิจฉา

ไม่ว่าจะเป็นภาพเพื่อนที่ได้ฝึกงานในบริษัทใหญ่ ใครบางคนกำลังเริ่มต้นธุรกิจที่ฝันไว้ หรือภาพทริปท่องเที่ยวต่างประเทศสุดหรูหรา

แล้วความรู้สึกหน่วงๆ ก็เข้ามาเกาะกุมในใจ ทำให้เกิดคำถามว่า “ทำไมชีวิตตัวเองถึงยังอยู่กับที่?”

ภาพมายาบนโลกออนไลน์

สิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดียมักเป็นเพียง “ส่วนที่ดีที่สุด” ของชีวิตใครสักคน

คนส่วนใหญ่จะเลือกนำเสนอแต่ ช่วงเวลาแห่งความสุข ความสำเร็จ หรือภาพลักษณ์ที่ต้องการให้ผู้อื่นเห็น

มันคือฉากที่ถูกจัดวางอย่างประณีต ไร้ซึ่งความยุ่งเหยิง หรือเบื้องหลังของการพยายามอย่างหนักที่กว่าจะมาถึงจุดนั้น

ลองคิดดูว่าคุณเองก็คงไม่โพสต์ภาพตอนกำลังเครียดกับงาน กังวลเรื่องเงิน หรือรู้สึกผิดหวังในชีวิตใช่ไหม

สิ่งเหล่านี้คือ เบื้องหลังชีวิตจริง ที่คนอื่นไม่เห็น ในขณะที่ภาพที่ปรากฏบนหน้าฟีดคือ ช่วงไฮไลต์ ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วอย่างดี

กับดักแห่งการเปรียบเทียบและผลกระทบต่อใจ

เมื่อเรามองเห็นแต่ “ช่วงไฮไลต์” ของคนอื่น เทียบกับ “เบื้องหลังชีวิตจริง” ของตัวเอง

แน่นอนว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นย่อมเต็มไปด้วยความ ผิดหวังในตัวเอง หรือรู้สึกว่า ไม่เก่งเท่าคนอื่น

มันนำไปสู่ความวิตกกังวล ความไม่มั่นคงในคุณค่าของตัวเอง และความรู้สึกว่าชีวิตกำลังล้มเหลว

อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างๆ ก็ยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกนี้ เพราะมันมักจะแสดงโพสต์ที่ได้รับความนิยม หรือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น

ยิ่งเห็นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจมดิ่งลงในวังวนแห่งการเปรียบเทียบ และความรู้สึกว่า พลาดอะไรไปหรือเปล่า

ก้าวออกจากวังวนการเปรียบเทียบ

การตระหนักว่าสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดียไม่ใช่ภาพสะท้อนชีวิตจริงทั้งหมด คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

ลองเปลี่ยนโฟกัสกลับมาที่ เส้นทางของตัวเอง และ ความก้าวหน้าส่วนตัว

ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ หรือรู้สึกว่าต้องตามใครให้ทัน เพราะทุกคนมีจังหวะชีวิตที่แตกต่างกัน

ฝึก เฉลิมฉลองชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน หรือความสำเร็จที่อาจดูไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น

จำไว้ว่าทุกคนล้วนมีปัญหาและอุปสรรค เพียงแต่พวกเขาอาจเลือกที่จะไม่นำมาแสดงออกบนโลกออนไลน์

การ จำกัดเวลาใช้งานโซเชียลมีเดีย หรือเลือกที่จะพักจากโลกออนไลน์ไปบ้าง ก็ช่วยให้จิตใจสงบลงได้มาก

หันมาเชื่อมโยงกับผู้คนในชีวิตจริง สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และจดจ่อกับการพัฒนาตัวเองจากภายใน

ชีวิตคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ไม่ต้องให้ใครมาเป็นตัวกำหนดความสุข หรือความสำเร็จให้กับคุณ

ความสุขที่แท้จริง มักเริ่มต้นจากการ ยอมรับและรักในสิ่งที่เป็น ไม่ใช่การพยายามเป็นเหมือนใคร.