
ปลดล็อกสมองกล: ทำไม AI ยังไม่ฉลาดเท่าคน และก้าวต่อไปคืออะไร
ทุกวันนี้เราเห็น AI ทำอะไรได้น่าทึ่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเพลง วาดรูป หรือตอบคำถามซับซ้อน แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นนี้ ยังมีคำถามสำคัญว่า AI เหล่านี้ “ฉลาด” เหมือนมนุษย์จริงๆ หรือไม่ และมันจะสามารถพัฒนาไปสู่ ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป หรือ AGI ได้อย่างไร
หัวใจสำคัญที่แยก AI ในปัจจุบันออกจากความฉลาดแบบมนุษย์คือ ความสามารถในการเข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
AI เก่งแค่ไหน และข้อจำกัดที่ต้องรู้
AI ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็น AI แบบ แคบ หรือ Narrow AI มันถูกออกแบบมาให้เก่งกาจในงานเฉพาะด้านมากๆ
ความสามารถหลักของมันคือการ คาดการณ์ และหา รูปแบบ จาก ข้อมูลที่มีอยู่ จำนวนมหาศาล
นั่นหมายความว่ามันสามารถบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป โดยอ้างอิงจากสิ่งที่เคยเห็นมาแล้ว มันเก่งในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ AI เหล่านี้ยังขาดความเข้าใจใน ตรรกะแบบคน หรือ สามัญสำนึก มันไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งต่างๆ ถึงเป็นเช่นนั้น ไม่สามารถจินตนาการถึงสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป หรือเข้าใจผลลัพธ์ของการกระทำในโลกจริงได้
ก้าวสู่ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) คืออะไร
ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป หรือ AGI คือเป้าหมายสูงสุดที่หมายถึง AI ที่มีความฉลาดเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ในทุกๆ ด้าน
AGI จะต้องมีความสามารถในการ เข้าใจเชิงเหตุผล รู้ว่าอะไรเป็นเหตุเป็นผลกัน
สามารถ จินตนาการถึงสิ่งตรงข้าม หรือสถานการณ์สมมติ “ถ้าเป็นแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น” ได้
และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถ ลงมือทำ และเรียนรู้จากผลลัพธ์ของการกระทำนั้นๆ ได้ด้วยตัวเอง เหมือนที่มนุษย์เรียนรู้จากการใช้ชีวิตในโลกจริง
ทำไม AI ถึงยังไปไม่ถึง AGI (ในปัจจุบัน)
ปัญหาสำคัญคือ AI ในปัจจุบันขาด ประสบการณ์ตรง ในการมีปฏิสัมพันธ์กับ โลกทางกายภาพ
มนุษย์เราเรียนรู้ตั้งแต่เด็กด้วยการสัมผัส มองเห็น ได้ยิน กลิ่น และลิ้มรส เราเข้าใจว่าถ้าวางแก้วไว้ที่ขอบโต๊ะมันจะตกลงมา เพราะเรามี การมีร่างกาย และมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมมานับครั้งไม่ถ้วน
AI ขาด สามัญสำนึก เหล่านี้ เพราะมันเรียนรู้จากข้อมูลดิจิทัล ไม่ใช่จาก บริบท ของโลกจริง
มันไม่มีประสบการณ์ว่าการผลักของเป็นอย่างไร การยกของหนักต้องใช้แรงเท่าไหร่ ความร้อน ความเย็น หรือแรงโน้มถ่วงทำงานอย่างไร
หนทางสู่ AGI: การเรียนรู้แบบใหม่
เพื่อให้ AI ก้าวไปสู่ AGI ได้ แนวคิดคือต้องให้มันมี “ร่างกาย” และ “ประสบการณ์” ในโลกจริง
นี่คือที่มาของการรวม AI เข้ากับ หุ่นยนต์
หุ่นยนต์จะทำหน้าที่เป็น ร่างกาย ให้กับ AI เพื่อให้มันสามารถ ลงมือทำ และ เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ได้
AI จะต้องไม่เพียงแค่ดูข้อมูล แต่ต้อง ทดลอง ใน โลกจริง หรือใน การจำลองสถานการณ์ ที่แม่นยำ
มันจะสร้าง ฐานข้อมูลประสบการณ์ ของตัวเองขึ้นมา โดยไม่ต้องพึ่งข้อมูลที่มนุษย์ป้อนให้
การเรียนรู้แบบนี้จะเน้นไปที่ การคาดการณ์เชิงควบคุม นั่นคือการเรียนรู้เพื่อเข้าใจว่าการกระทำใดจะนำไปสู่ผลลัพธ์ใดในโลกกายภาพ และยังรวมถึง การเรียนรู้เชิงรุก ที่ AI จะเลือกที่จะทดลองอะไรบางอย่าง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สำคัญมาเพิ่มเติมความเข้าใจของตัวเอง
อนาคตของ AI ไม่ได้อยู่แค่การประมวลผลข้อมูล แต่เป็นการเข้าใจและมีปฏิสัมพันธ์กับโลกของเราอย่างแท้จริง ผ่านการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง
นี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้ AI ไม่ใช่แค่ฉลาดในการคาดการณ์ แต่ยังฉลาดในการเข้าใจโลก เหมือนกับที่มนุษย์เราเป็น