ปลดล็อกตลาดญี่ปุ่น: ทำไม SOC 2 และ ISMAP จึงเป็นคู่หู ไม่ใช่คู่แข่ง สำหรับ SaaS

ปลดล็อกตลาดญี่ปุ่น: ทำไม SOC 2 และ ISMAP จึงเป็นคู่หู ไม่ใช่คู่แข่ง สำหรับ SaaS

เมื่อบริษัท SaaS ต่างๆ มองหาโอกาสในตลาดญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ คำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยมักจะตามมาเสมอ

คุณอาจได้ยินเกี่ยวกับ SOC 2 และ ISMAP และอาจรู้สึกว่าสองสิ่งนี้เป็นเหมือนทางเลือกที่ต้องเลือก หรือเป็นมาตรฐานที่ซับซ้อนเกินไป

แต่ความจริงแล้ว พวกมันไม่ได้แข่งขันกันเลย กลับกัน ทั้งสองสิ่งนี้เติมเต็มซึ่งกันและกัน และเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าในญี่ปุ่นได้อย่างมั่นใจ

SOC 2: มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

SOC 2 หรือ Service Organization Control 2 เป็นรายงานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก

มันถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าผู้ให้บริการ SaaS มีการจัดการข้อมูลของลูกค้าอย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

การตรวจสอบ SOC 2 จะประเมินการควบคุมภายในของบริษัทตามหลักเกณฑ์ Trust Service Criteria (TSC) ห้าประการ ได้แก่

  • ความปลอดภัย (Security)
  • ความพร้อมใช้งาน (Availability)
  • ความสมบูรณ์ของการประมวลผล (Processing Integrity)
  • การรักษาความลับ (Confidentiality)
  • ความเป็นส่วนตัว (Privacy)

กล่าวคือ SOC 2 เป็นเหมือนใบรับรองขั้นพื้นฐานที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทของคุณมีระบบและกระบวนการด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือในระดับ มาตรฐานสากล

ISMAP: กุญแจสำคัญสู่ตลาดภาครัฐญี่ปุ่น

ในทางกลับกัน ISMAP (Information System Security Management and Assessment Program) คือกรอบการประเมินความปลอดภัยสำหรับบริการคลาวด์ที่ใช้โดยรัฐบาลญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

หากบริษัท SaaS ต้องการทำธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐของญี่ปุ่น การได้รับการรับรอง ISMAP ถือเป็นข้อบังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ISMAP มีความละเอียดและข้อกำหนดที่ รัดกุม มากกว่า SOC 2 อย่างมาก

ต้องมีการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่น และบริการที่ผ่านการรับรองจะถูกระบุไว้ใน รายการสาธารณะ ที่รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถตรวจสอบได้

นี่คือมาตรฐานที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในการปกป้องข้อมูลของรัฐบาลและพลเมืองอย่างเข้มงวด

SOC 2 กับ ISMAP: ไม่ได้แข่งขัน แต่เติมเต็มซึ่งกันและกัน

บ่อยครั้งที่บริษัทต่างๆ มองว่า SOC 2 และ ISMAP เป็นทางเลือกที่แยกจากกัน แต่จริงๆ แล้ว ทั้งสองมาตรฐานทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SOC 2 สามารถเป็น รากฐานที่แข็งแกร่ง ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบ ISMAP

การมีรายงาน SOC 2 หมายความว่าบริษัทได้จัดตั้งการควบคุมความปลอดภัยเอกสารขั้นตอนและผ่านการตรวจสอบภายนอกมาแล้ว

หลายๆ ส่วนของการควบคุมที่ต้องใช้สำหรับ SOC 2 โดยเฉพาะในหมวด ความปลอดภัย จะ ทับซ้อน กับข้อกำหนดของ ISMAP

การที่บริษัทมี SOC 2 อยู่แล้วจะช่วย ลดความซับซ้อน และ ลดภาระงาน ในการเตรียมตัวสำหรับ ISMAP ลงได้อย่างมาก

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ ทำให้กระบวนการรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพ มากขึ้น

ดังนั้น การมองว่า SOC 2 เป็นก้าวแรกที่สำคัญ เป็นเหมือน “หนังสือเดินทาง” สู่ความน่าเชื่อถือระดับโลก และ ISMAP เป็น “วีซ่า” เฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่ตลาดภาครัฐของญี่ปุ่น จึงเป็นแนวทางที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับธุรกิจ SaaS ที่ต้องการขยายสู่แดนอาทิตย์อุทัย

การลงทุนใน SOC 2 ก่อน ไม่เพียงแต่สร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล แต่ยังเป็นการปูทางอย่างมีกลยุทธ์สำหรับการพิชิต ISMAP ซึ่งจะเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในญี่ปุ่นให้กับคุณ.