ระวังภัย! กลโกง “จับกุมออนไลน์” ที่คุณอาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ระวังภัย! กลโกง “จับกุมออนไลน์” ที่คุณอาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

ทุกวันนี้มิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในกลโกงที่กำลังระบาดและสร้างความเสียหายอย่างหนักคือการหลอกลวงที่เรียกตัวเองว่า “การจับกุมออนไลน์” ซึ่งเป็นการข่มขู่เหยื่อให้เชื่อว่าตัวเองถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมร้ายแรง และจะถูกจับกุมทันทีหากไม่ทำตามคำสั่ง

กลโกงนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างความตกใจและหวาดกลัว เพื่อให้เหยื่อทำในสิ่งที่มิจฉาชีพต้องการ มาทำความเข้าใจวิธีทำงานของมันและวิธีป้องกันตัวกันดีกว่า

กลโกง “จับกุมออนไลน์” ทำงานอย่างไร

กลโกงนี้มักเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์ ข้อความ หรือแม้แต่การติดต่อผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ

บางครั้งอาจเป็นข้อความเสียงอัตโนมัติแจ้งว่ามีพัสดุผิดกฎหมาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่น่าสงสัย

จากนั้นบทสนทนาจะถูกส่งต่อไปยัง “เจ้าหน้าที่” ปลอม ซึ่งอาจอ้างว่าเป็นตำรวจ หน่วยงานปราบปรามยาเสพติด หรือแม้แต่ธนาคารกลาง

มิจฉาชีพจะพยายามสร้างสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด อาจมีการส่งรูปถ่ายบัตรประจำตัวปลอม หรือเอกสารแจ้งความเท็จมาให้ดูผ่านวิดีโอคอล เพื่อกดดันและข่มขู่เหยื่อ

เนื้อหาที่ใช้ข่มขู่มักเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง เช่น การฟอกเงิน การค้ายาเสพติด หรือการฉ้อโกงข้ามชาติ และอ้างว่าข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อถูกนำไปใช้ในอาชญากรรมเหล่านั้น

พวกเขาจะบอกว่าเหยื่อต้องโอนเงินไปยัง “บัญชีปลอดภัย” หรือ “บัญชีตรวจสอบ” เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจริง ๆ ในทันที

ที่สำคัญคือ มิจฉาชีพมักจะพยายาม แยกเหยื่อออกจากคนรอบข้าง สั่งห้ามไม่ให้พูดคุยกับใคร โดยอ้างว่าเป็น “การสอบสวนลับ” และจะให้เหยื่ออยู่ในการสนทนาตลอดเวลาหลายชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีโอกาสคิดหรือปรึกษาใคร

สัญญาณอันตรายที่คุณควรรู้

มีหลายสิ่งที่คุณสังเกตได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของกลโกงประเภทนี้

สิ่งแรกคือ การข่มขู่ว่าจะจับกุมทันทีโดยไม่มีการติดต่อทางกายภาพ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริง ๆ จะไม่มีการจับกุมทางออนไลน์ หรือผ่านการโทรศัพท์แบบนี้

หากมีเจ้าหน้าที่คนใดก็ตาม เรียกร้องให้โอนเงินไปยังบัญชีใดบัญชีหนึ่ง เพื่อ “ความปลอดภัย” หรือเพื่อ “แก้ปัญหา” ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ

ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือธนาคารคนใดที่จะขอข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน รหัส OTP (One-Time Password) หรือข้อมูลธนาคารผ่านทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์

หากถูกบังคับให้ อยู่ในการสนทนาตลอดเวลา ห้ามวางสาย หรือไม่ให้พูดคุยกับผู้อื่น นี่เป็นสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน

สุดท้าย วิธีการชำระเงินที่แปลกประหลาด เช่น การให้ซื้อบัตรของขวัญ คริปโตเคอร์เรนซี หรือการโอนเงินไปต่างประเทศที่ไม่สมเหตุสมผล ก็เป็นอีกหนึ่งธงแดงที่ต้องระวัง

วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตื่นตระหนก มิจฉาชีพมักจะใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือในการควบคุม หากเจอสถานการณ์แบบนี้ ให้ตั้งสติและคิดไตร่ตรอง

ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่า “การจับกุมออนไลน์” การจับกุมตามกฎหมายต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ชัดเจน และเป็นการดำเนินการทางกายภาพ

หากไม่แน่ใจ ให้วางสายและตรวจสอบข้อมูล โทรกลับไปยังหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง โดยใช้เบอร์โทรศัพท์ที่เป็นทางการ ซึ่งหาได้จากเว็บไซต์ราชการ ไม่ใช่เบอร์ที่มิจฉาชีพให้มา

ห้ามโอนเงินตามคำสั่งโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่รัฐที่แท้จริงจะไม่ร้องขอเงินเพื่อแก้ปัญหาทางกฎหมาย

ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร อย่าเปิดเผยให้ใครรู้เด็ดขาด

ปรึกษาคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว หรือเพื่อนที่ไว้ใจ การพูดคุยกับคนอื่นจะช่วยให้คุณมองเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น และหลุดพ้นจากแรงกดดันของมิจฉาชีพ

หากคุณตกเป็นเหยื่อหรือถูกติดต่อจากกลโกงแบบนี้ ให้รีบ แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทันที เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อรายต่อไป