
DDoS กับหายนะของนักเทรดความถี่สูง
การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดเงินและตลาดทุนในยุคดิจิทัลนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยความเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มการ เทรดความถี่สูง (High-Frequency Trading – HFT) ที่ทุกเศษเสี้ยววินาทีมีความหมายมหาศาล และในโลกที่การแข่งขันเข้มข้นถึงขีดสุดนี้เอง การโจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) ได้กลายเป็นฝันร้ายที่สามารถทำลายล้างการดำเนินงานและสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างมหาศาล
ทำความเข้าใจการเทรดความถี่สูง (HFT)
การเทรดความถี่สูง หรือ HFT คือกลยุทธ์การซื้อขายที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมที่ซับซ้อนอย่างยิ่งในการดำเนินการซื้อขายหุ้น ฟิวเจอร์ส หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ด้วยความเร็วที่สูงกว่ามนุษย์จะทำได้หลายเท่าตัว
การตัดสินใจซื้อขายเกิดขึ้นภายในหน่วย ไมโครวินาที หรือ มิลลิวินาที โดยอาศัยความได้เปรียบเพียงเล็กน้อยจากความผันผวนของราคา การเข้าถึงข้อมูลตลาดที่เร็วที่สุด หรือการเป็นผู้เสนอราคาและรับราคาที่เร็วที่สุด
เป้าหมายหลักของ HFT คือการสร้างผลกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการซื้อขายจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น แต่รวมกันแล้วกลับเป็นผลตอบแทนที่สูง ซึ่งหมายความว่า ความเร็ว และ ความแม่นยำ คือหัวใจสำคัญของการอยู่รอดในธุรกิจนี้
DDoS คืออะไร และทำไมจึงอันตรายต่อ HFT
การโจมตีแบบ DDoS คือการที่ผู้ไม่หวังดีพยายามทำให้ระบบเครือข่ายหรือบริการออนไลน์ไม่สามารถใช้งานได้ โดยการส่งทราฟฟิกปลอมจำนวนมหาศาลเข้าไปยังเป้าหมาย จนระบบไม่สามารถประมวลผลคำขอที่ถูกต้องตามปกติได้
สำหรับบริษัทที่ดำเนินงาน HFT การถูกโจมตีแบบ DDoS เปรียบเสมือนการถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
มันคือการปิดกั้นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลตลาด การส่งคำสั่งซื้อขาย หรือแม้แต่การเชื่อมต่อไปยังตลาดหลักทรัพย์โดยตรง ซึ่งทั้งหมดนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของการเทรดความถี่สูง
ผลกระทบที่ร้ายแรงจาก DDoS ต่อ HFT
ผลกระทบของการโจมตี DDoS ต่อการเทรดความถี่สูงนั้นรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประการแรกคือ ความหน่วง (Latency) ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้กลยุทธ์ HFT กลายเป็นหมันได้ทันที อัลกอริทึมที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดในหน่วยมิลลิวินาทีจะไม่สามารถทำงานได้ตามแผน การส่งคำสั่งซื้อขายที่ล่าช้าเพียงเศษเสี้ยววินาทีอาจหมายถึงการพลาดโอกาสทำกำไรจำนวนมาก หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือ การขาดทุนมหาศาล
นอกจากนี้ การโจมตียังนำไปสู่ การสูญเสียการเข้าถึงตลาด โดยสิ้นเชิง บริษัทจะไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขาย หรือยกเลิกคำสั่งที่มีอยู่ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่สามารถจัดการได้จากตำแหน่งการลงทุนที่เปิดอยู่
ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวบริษัทที่ถูกโจมตี แต่ยังส่งผลกระทบต่อ สภาพคล่อง (Liquidity) ของตลาดโดยรวมได้ หากผู้เล่น HFT รายใหญ่ถูกโจมตี ตลาดอาจขาดสภาพคล่อง ทำให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง และอาจเป็นโอกาสให้ผู้โจมตีใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อ ปั่นป่วนตลาด หรือแม้กระทั่ง ดำเนินการเทรดโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการโจมตี ซึ่งเข้าข่ายการ ฉ้อโกงตลาด
สุดท้าย ความน่าเชื่อถือและ ชื่อเสียง ของบริษัทก็เสียหายอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ ลูกค้าและพันธมิตรอาจสูญเสียความเชื่อมั่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว
การป้องกันคือหัวใจสำคัญ
เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากการโจมตี DDoS บริษัท HFT จึงต้องลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ มีการป้องกันแบบหลายชั้น การใช้บริการลดทอนการโจมตี DDoS และการเตรียมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่รวดเร็ว การป้องกันที่ได้ผลจะช่วยให้ระบบสามารถตรวจจับ ลดทอน และฟื้นตัวจากการโจมตีได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันและความเชื่อมั่นในตลาดเงินและตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา