
เจาะลึก: ทำไมการอบรมความปลอดภัยไซเบอร์แบบเดิมๆ ถึงไม่ได้ผลอย่างที่คิด
หลายองค์กรทุ่มงบประมาณมากมายไปกับการฝึกอบรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้พนักงาน คิดว่านี่คือเกราะป้องกันสำคัญจากภัยคุกคามที่นับวันยิ่งซับซ้อนขึ้น
แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า
ทำไมถึงแม้จะลงทุนไปไม่น้อย
องค์กรจำนวนมากก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์
โดยเฉพาะการโจมตีที่อาศัยจุดอ่อน “มนุษย์” เป็นช่องทางหลัก
เงินลงทุนมหาศาล…แต่ผลลัพธ์สวนทาง
มีข้อมูลที่ชี้ว่าการใช้เงินหลายแสนดอลลาร์ไปกับการอบรมพนักงานแต่ละปี
กลับไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยลงอย่างมีนัยสำคัญ
พนักงานยังคงตกเป็นเหยื่อของการโจมตีแบบฟิชชิ่ง หรือเผลอทำในสิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กรอยู่บ่อยครั้ง
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย เพราะความเสียหายจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว อาจมากกว่างบประมาณการอบรมทั้งปีเสียอีก
ปัญหาของการอบรมแบบ ‘เอาผ่าน’
การอบรมความปลอดภัยไซเบอร์แบบดั้งเดิมมักมาในรูปแบบของการบรรยายประจำปี
หรือหลักสูตรออนไลน์ที่ต้องทำไปให้จบ เพื่อให้ “ผ่าน” ตามข้อกำหนด
เนื้อหามักเป็นเรื่องทั่วไป ไม่เจาะจงกับบทบาทของพนักงานแต่ละคน
ทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นการ “เสียเวลา” ที่ต้องผ่านไปให้ได้
พนักงานหลายคนเพียงแค่รีบกดคลิกไปเรื่อยๆ เพื่อให้ครบตามชั่วโมงที่กำหนด
ไม่ได้ใส่ใจทำความเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง
ผลลัพธ์คือความรู้ที่ได้รับ ไม่ได้ถูกนำไปปรับใช้ในสถานการณ์จริง
และที่แย่กว่านั้น
คือการสร้างความรู้สึกปลอดภัยแบบผิดๆ ทั้งกับพนักงานและองค์กร
เพราะคิดว่าเมื่อผ่านการอบรมแล้ว ก็เท่ากับว่ามีความปลอดภัยแล้วนั่นเอง
เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนมุมมอง
แนวคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอบรมความปลอดภัยไซเบอร์ ควรเปลี่ยนจากการ “สอนให้รู้” ไปสู่การ “สร้างพฤติกรรม”
การอบรมที่มีประสิทธิภาพต้องเน้นไปที่ความ เกี่ยวข้อง กับงานที่ทำ
และต้องเกิดขึ้นในเวลาที่ เหมาะสม กับบริบทที่พนักงานต้องเจอจริงๆ
ไม่ใช่แค่การจัดอบรมปีละครั้งแล้วจบไป
ควรเน้นประเด็น ความเสี่ยงสำคัญ ที่องค์กรเผชิญอยู่
และออกแบบให้เนื้อหามีความ น่าสนใจ และ โต้ตอบได้
เพื่อให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมและเห็นคุณค่าของการเรียนรู้
การทำให้พนักงานเข้าใจว่าพวกเขาคือ ด่านหน้า ในการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนมุมมองให้พวกเขากลายเป็น ทรัพย์สิน ที่ทรงคุณค่าด้านความปลอดภัย
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน
การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ต้องไม่ใช่แค่อบรมแล้วจบไป
แต่เป็นการเรียนรู้ที่ ต่อเนื่อง
สามารถใช้ การจำลองสถานการณ์จริง เช่น การทดสอบฟิชชิ่ง
เพื่อฝึกฝนทักษะให้พนักงานรู้จักการระบุและรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ
ส่งเสริมให้พนักงานกล้าที่จะ รายงาน สิ่งผิดปกติหรือน่าสงสัย
โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ
เพราะการรายงานอย่างรวดเร็ว สามารถหยุดความเสียหายใหญ่ๆ ได้ทันท่วงที
การสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้
และส่งเสริมให้ทุกคนมีความ รับผิดชอบร่วมกัน ในเรื่องความปลอดภัย
คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่แท้จริง
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี
แต่เป็นเรื่องของ คน เป็นหลัก
การลงทุนอย่างชาญฉลาดในการพัฒนาความตระหนักรู้และทักษะด้านความปลอดภัยให้กับพนักงาน
จึงเป็นการปกป้อง สินทรัพย์ดิจิทัล ขององค์กรได้ดีที่สุดอย่างแท้จริง