
AI จะเข้ามาแทนที่วิศวกร IT จริงหรือ? ไขข้อสงสัยจากประสบการณ์ตรง
คำถามว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ โดยเฉพาะในสายอาชีพที่มีความซับซ้อนอย่างวิศวกร IT นั้นเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง
มีการตั้งข้อสังเกตและทดลองจริง เพื่อดูว่าความสามารถของ AI ในปัจจุบันไปได้ไกลแค่ไหน และบทบาทของวิศวกร IT จะต้องปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใด
บทความนี้จะพาไปสำรวจการทดสอบจริงกับ AI ตัวหนึ่ง ที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นถึงศักยภาพและข้อจำกัดของมัน
AI เก่งแค่ไหนในงาน IT?
จากการทดสอบ AI กับงานด้าน IT พบว่า AI มีความสามารถที่น่าประทับใจหลายอย่าง
มันสามารถเขียนสคริปต์ Python เพื่อรวบรวมข้อมูลการใช้งาน CPU ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยตั้งค่าระบบมอนิเตอร์และแสดงผลข้อมูลอย่าง Grafana และ InfluxDB รวมถึงเขียนไฟล์ Dockerfile เพื่อสร้างคอนเทนเนอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว
ความสามารถที่เหนือไปกว่านั้นคือ AI สามารถวิเคราะห์และเสนอแนะโซลูชันที่ซับซ้อนขึ้นได้ เช่น การแนะนำให้ใช้ Kubernetes เพื่อจัดการ InfluxDB ที่ต้องการข้อมูลแบบคงทน (persistent volume)
เรียกได้ว่า AI สามารถทำงานหลายอย่างที่เคยเป็นหน้าที่ของวิศวกร IT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มันช่วย ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และ สร้างโค้ดพื้นฐาน ที่แม่นยำ ทำให้กระบวนการทำงานเร็วขึ้นมาก
ข้อจำกัดที่ AI ยังมี
แม้ AI จะฉลาด แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญที่ทำให้มันยังไม่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์
ประการแรก AI สามารถทำ ข้อผิดพลาด ได้ ยกตัวอย่างเช่น การให้คำสั่ง Docker ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหากไม่มีการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ อาจนำไปสู่ปัญหาได้
AI ยังขาด บริบท และ สามัญสำนึก ในการทำงานอย่างมาก
มันอาจเสนอโซลูชันที่ซับซ้อนเกินความจำเป็นสำหรับปัญหาที่เรียบง่าย ตัวอย่างเช่น การแนะนำให้ติดตั้ง Kubernetes สำหรับงานเล็กๆ ที่ใช้แค่ Docker ก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ AI ยังเป็นเหมือน ผู้เชี่ยวชาญทั่วไป มากกว่า ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
มันมีความรู้กว้างขวางในหลายด้าน แต่ไม่สามารถเข้าใจ เป้าหมายที่แท้จริง หรือ “ทำไม” งานนั้นถึงต้องทำในบริบทที่กว้างกว่าได้
บทบาทของวิศวกร IT ในยุค AI
แทนที่จะถูกแทนที่ วิศวกร IT จะมีบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปในฐานะ ผู้กำกับดูแล AI หรือผู้ที่ทำงานร่วมกับ AI อย่างใกล้ชิด
วิศวกรจะเปลี่ยนจากการทำ งานประจำ หรือเขียนโค้ดซ้ำๆ ไปสู่การมุ่งเน้นงานที่มี มูลค่าสูง ขึ้น
บทบาทใหม่จะเกี่ยวข้องกับการ ออกแบบระบบที่ซับซ้อน การ แก้ไขปัญหาที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งต้องการความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจของมนุษย์
รวมถึงการวาง กลยุทธ์ ในการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญคือการ ตรวจสอบความถูกต้อง และ ปรับแต่ง ผลลัพธ์จาก AI เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและบริบทเฉพาะขององค์กร
AI จะเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ แต่ การควบคุมทิศทาง และ การตัดสินใจขั้นสุดท้าย ยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์
การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่าอนาคตของวิศวกร IT ไม่ใช่การแข่งขันกับ AI แต่เป็นการ ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทักษะที่สำคัญคือการเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน การพัฒนาความคิดเชิงวิพากษ์ และการทำความเข้าใจในบริบทเชิงธุรกิจ จะทำให้วิศวกร IT ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีในอนาคต