
จับตาดูให้ดี! URL ฟิชชิ่งภัยเงียบที่รอขย้ำข้อมูลคุณ
เคยไหมที่ได้รับลิงก์แปลก ๆ หรือเห็นเว็บไซต์ที่หน้าตาคล้ายของจริงจนน่าตกใจ? สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นกับดักของ ฟิชชิ่ง URL ที่กำลังจ้องจะขโมยข้อมูลสำคัญไปจากคุณ
ภัยคุกคามทางไซเบอร์นี้พยายามหลอกลวงให้คุณเชื่อว่ากำลังเข้าสู่เว็บไซต์ที่ปลอดภัย เพื่อให้คุณกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือแม้แต่ข้อมูลทางการเงิน มิจฉาชีพ จะสร้างเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบองค์กรที่คุณรู้จักและไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร โซเชียลมีเดีย หรือบริการอื่น ๆ
เมื่อหลงกลไปคลิกแล้ว ข้อมูลของคุณก็จะตกไปอยู่ในมือคนร้ายทันที
ฟิชชิ่ง URL คืออะไร ทำไมต้องระวัง?
ฟิชชิ่ง (Phishing) คือการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบหนึ่งที่ใช้การปลอมแปลง
เป้าหมายคือการหลอกลวงให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยปกติจะมาในรูปแบบของอีเมล ข้อความ หรือลิงก์ที่ออกแบบมาให้ดูน่าเชื่อถือ
URL ฟิชชิ่ง คือลิงก์ที่พาคุณไปยังเว็บไซต์ปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อขโมยข้อมูล
เว็บไซต์เหล่านี้มักจะถูกออกแบบมาให้มีหน้าตาเหมือนต้นฉบับมาก เพื่อให้คุณเข้าใจผิดและป้อนข้อมูลโดยไม่รู้ตัว ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงขั้น ข้อมูลรั่วไหล หรือ บัญชีถูกแฮก
สัญญาณเตือนภัย: การตรวจจับ URL อันตราย
องค์กรสมัยใหม่มีระบบป้องกันที่ซับซ้อนเพื่อตรวจจับภัยคุกคามเหล่านี้
เมื่อมีการเชื่อมต่อออกไปยัง URL ที่น่าสงสัย ระบบจะแจ้งเตือนทันที การทำงานเหล่านี้อาศัย ระบบอัจฉริยะด้านภัยคุกคาม (Threat Intelligence) และ การวิเคราะห์ด้วย Machine Learning
ระบบจะเปรียบเทียบ URL กับฐานข้อมูลของเว็บไซต์อันตรายที่รู้จัก และวิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติของการเชื่อมต่อ
ทีม ศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) จะตรวจสอบการแจ้งเตือนเพื่อยืนยันว่า URL นั้นเป็นภัยคุกคามจริงหรือไม่
ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบชื่อเสียงของ URL ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์สาธารณะ เช่น VirusTotal เพื่อดูว่ามีประวัติถูกรายงานว่าเป็น มัลแวร์ หรือ ฟิชชิ่ง หรือไม่
จากนั้นจะระบุต้นทางของการเชื่อมต่อ เช่น คอมพิวเตอร์เครื่องใด ผู้ใช้คนไหนที่พยายามเข้าถึง URL นั้น เพื่อจำกัดวงความเสี่ยง
เมื่อภัยมาถึงตัว: ขั้นตอนการรับมืออย่างทันท่วงที
หากพบว่า URL นั้นเป็น ฟิชชิ่ง จริง การตอบสนองที่รวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ
ทีมงานความปลอดภัยจะเริ่มการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยดูจาก ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ ของเครื่องที่เกี่ยวข้อง บันทึกกิจกรรมบนเครื่อง และบันทึกการเชื่อมต่อเครือข่าย
มีการตรวจสอบว่าผู้ใช้ได้คลิกลิงก์ไปแล้วหรือไม่ และได้มีการป้อนข้อมูลอะไรลงไปในเว็บไซต์ปลอมนั้นหรือเปล่า
การวิเคราะห์เหล่านี้ช่วยให้เข้าใจขอบเขตของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
รวมถึงตรวจสอบการเชื่อมต่อออกนอกองค์กรผ่าน ไฟร์วอลล์ และ พร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ เพื่อหาหลักฐานการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ของ มิจฉาชีพ
หากการโจมตีมาจากอีเมล ก็จะต้องตรวจสอบที่มาของอีเมล ต้นทาง ผู้รับ และสิ่งที่แนบมาด้วย
มาตรการเยียวยาและป้องกัน: ปิดประตูสู่มิจฉาชีพ
เมื่อระบุและยืนยันภัยคุกคามได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการดำเนินการเพื่อลดความเสียหายและป้องกันการโจมตีซ้ำ
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ บล็อก URL นั้นทันทีที่ระดับ ไฟร์วอลล์ พร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ และ เซิร์ฟเวอร์ DNS เพื่อไม่ให้ใครในองค์กรเข้าถึงได้อีก
หากพบว่ามีอุปกรณ์หรือบัญชีของผู้ใช้ได้รับผลกระทบ จะต้องทำการ แยกอุปกรณ์ ออกจากเครือข่าย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของ มัลแวร์ หรือการเข้าถึงเพิ่มเติมโดย ผู้โจมตี
การรีเซ็ตรหัสผ่าน สำหรับบัญชีที่อาจถูกบุกรุกเป็นสิ่งจำเป็น
นอกจากนี้ การให้ความรู้ แก่ผู้ใช้งานเกี่ยวกับการระบุ อีเมลฟิชชิ่ง และ ลิงก์อันตราย เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้และติดตั้งระบบป้องกันหลายชั้น เช่น เกตเวย์ความปลอดภัยอีเมล ตัวกรองเว็บ และ ระบบตรวจจับและตอบสนองที่ปลายทาง (EDR) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัยจากภัยคุกคามเหล่านี้