ความปลอดภัยบนคลาวด์: โมเดลความรับผิดชอบร่วมกันที่ทุกคนต้องรู้

ความปลอดภัยบนคลาวด์: โมเดลความรับผิดชอบร่วมกันที่ทุกคนต้องรู้

เมื่อก้าวสู่โลกของ คลาวด์ ความสะดวกสบายจากการไม่ต้องดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้วยตนเองมักเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง

แต่ในเรื่องของ ความปลอดภัย ผู้ใช้งานต้องทำความเข้าใจแนวคิดสำคัญที่เรียกว่า โมเดลความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility Model) เพื่อให้ระบบของคุณปลอดภัยอย่างแท้จริงบนโลกคลาวด์

ความเข้าใจผิดเรื่องความปลอดภัยบนคลาวด์

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ เมื่อย้ายข้อมูลและแอปพลิเคชันขึ้นคลาวด์แล้ว ความปลอดภัย ทั้งหมดจะตกเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการเพียงฝ่ายเดียว

แม้ผู้ให้บริการจะดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างดี แต่ ความปลอดภัยบนคลาวด์ มีขอบเขตความรับผิดชอบที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ซึ่งหากมองข้ามไป อาจนำไปสู่ช่องโหว่และปัญหาที่ไม่คาดฝันได้

โมเดลความรับผิดชอบร่วมกัน: ใครรับผิดชอบอะไร?

โมเดลนี้แบ่งความรับผิดชอบออกเป็นสองส่วนหลัก:

  1. ความปลอดภัยของคลาวด์ (Security of the Cloud): นี่คือหน้าที่ของผู้ให้บริการคลาวด์โดยตรง พวกเขาดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด เช่น ความปลอดภัยทางกายภาพของศูนย์ข้อมูล, ระบบเครือข่ายพื้นฐาน, ระบบจัดเก็บข้อมูล และแพลตฟอร์มเวอร์ชวลไลเซชัน (Hypervisor) เพื่อให้ตัวคลาวด์เองมีความมั่นคงและปลอดภัย

  2. ความปลอดภัยในคลาวด์ (Security in the Cloud): นี่คือบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการโดยตรง ครอบคลุมการตั้งค่าระบบปฏิบัติการ, การดูแลข้อมูล, การจัดการแอปพลิเคชัน, การตั้งค่าเครือข่ายภายใน และการจัดการตัวตนและการเข้าถึง (Identity and Access Management – IAM) เปรียบเสมือนการที่คุณต้องดูแลทรัพย์สินและประตูหน้าต่างภายในบ้านที่ผู้ให้บริการสร้างให้แข็งแรงแล้ว

ความรับผิดชอบที่เปลี่ยนไปตามรูปแบบบริการ

โมเดลความรับผิดชอบร่วมกันนี้ยังมีความยืดหยุ่น โดยจะปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบบริการคลาวด์ที่คุณเลือกใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น IaaS, PaaS หรือ SaaS:

  • โครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบบริการ (IaaS): ผู้ให้บริการดูแลส่วนล่างของสแต็ก เช่น ฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และเวอร์ชวลไลเซชัน แต่คุณรับผิดชอบตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ, มิดเดิลแวร์, แอปพลิเคชัน, ข้อมูล และการตั้งค่าเครือข่ายของคุณเอง

  • แพลตฟอร์มในรูปแบบบริการ (PaaS): ผู้ให้บริการดูแลลึกขึ้นไปถึงระบบปฏิบัติการและรันไทม์ คุณรับผิดชอบหลักในส่วนของแอปพลิเคชัน, ข้อมูล และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันของคุณ

  • ซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS): ผู้ให้บริการดูแลเกือบทั้งหมด คุณมีหน้าที่หลักเพียงดูแล ข้อมูลของคุณ และ การจัดการสิทธิ์การเข้าถึง ของผู้ใช้เท่านั้น ถือเป็นรูปแบบที่ภาระด้านความปลอดภัยของผู้ใช้น้อยที่สุด

สิ่งที่คุณต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

เพื่อให้การใช้คลาวด์เป็นไปอย่างปลอดภัย ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเข้าใจและปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตนให้ดีที่สุด นี่คือประเด็นหลักที่ต้องให้ความสำคัญ:

  • การจัดการข้อมูล: การจัดหมวดหมู่และการ เข้ารหัสข้อมูล ทั้งในขณะจัดเก็บและส่งผ่าน
  • การตั้งค่าเครือข่าย: การกำหนดค่า ไฟร์วอลล์, การใช้งาน VPN และการแยกเครือข่ายย่อย
  • การจัดการตัวตนและการเข้าถึง (IAM): การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ที่เหมาะสมและการใช้ MFA (การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย)
  • ความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน: การพัฒนาแอปพลิเคชันที่ปลอดภัย และการอัปเดตช่องโหว่
  • การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์: (สำหรับ IaaS) ต้องแน่ใจว่าระบบปฏิบัติการของคุณได้รับการอัปเดตและมีแพตช์ความปลอดภัยล่าสุด
  • การตรวจสอบและบันทึกเหตุการณ์: การเฝ้าระวังกิจกรรมที่น่าสงสัย และเก็บบันทึกเพื่อการตรวจสอบ

บทบาทสำคัญเพื่อคลาวด์ที่ปลอดภัย

การทำความเข้าใจ โมเดลความรับผิดชอบร่วมกัน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็นรากฐานสำคัญในการวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยบนคลาวด์

เมื่อรู้ว่าอะไรคือหน้าที่ของคุณและอะไรคือหน้าที่ของผู้ให้บริการ จะช่วยลดช่องโหว่ ลดความเสี่ยง และทำให้การใช้งานคลาวด์เป็นไปอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ความเข้าใจที่ชัดเจนนี้จะช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากคลาวด์ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยที่อาจมองข้ามไป