ภัยเงียบในเสียงเพลง: เมื่อข้อมูลตัวเลขกลายเป็นช่องโหว่ร้ายแรง

ภัยเงียบในเสียงเพลง: เมื่อข้อมูลตัวเลขกลายเป็นช่องโหว่ร้ายแรง

โลกดิจิทัลที่เราอาศัยอยู่เต็มไปด้วยซอฟต์แวร์ที่ทำงานซับซ้อน ตั้งแต่แอปพลิเคชันที่เราใช้ทุกวันไปจนถึงไลบรารีขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น บ่อยครั้งที่ความผิดพลาดเล็กๆ ในโค้ด อาจนำไปสู่ ช่องโหว่ ด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่ร้ายแรงเกินคาดได้

กรณีล่าสุดที่ถูกค้นพบในไลบรารีถอดรหัสไฟล์เสียง FLAC อย่าง dr_flac แสดงให้เห็นถึงปัญหาแบบนี้ได้อย่างชัดเจน

เบื้องหลังการถอดรหัสเสียง: จุดเริ่มต้นของปัญหา

dr_flac เป็นไลบรารีที่เรียบง่ายและเป็นที่นิยมสำหรับการถอดรหัสไฟล์เสียงแบบไม่สูญเสียคุณภาพ (lossless audio) อย่าง FLAC มันถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

แต่แม้ซอฟต์แวร์ที่ดูเหมือนเรียบง่าย ก็ยังคงมีจุดที่อาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ ในกระบวนการทำงานของไลบรารีนี้ จะมีการคำนวณขนาดของข้อมูลที่จำเป็นต้องจัดสรรเพื่อจัดเก็บแต่ละเฟรมเสียง

การคำนวณนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากจัดสรรพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้ในภายหลัง

เจาะลึกภัยเงียบ: Integer Overflow คืออะไร?

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ dr_flac คือสิ่งที่เรียกว่า Integer Overflow หรือ “ข้อมูลตัวเลขล้น”

ลองนึกภาพว่ามีกล่องสำหรับเก็บตัวเลข กล่องใบหนึ่งสามารถเก็บตัวเลขได้สูงสุดแค่ 100 หากเราพยายามใส่ตัวเลข 101 เข้าไป มันจะล้นและแสดงค่าที่ผิดเพี้ยนไป อาจจะกลับไปเริ่มต้นที่ 0 หรือค่าติดลบ ขึ้นอยู่กับระบบ

ในกรณีของ dr_flac เกิดจากการคำนวณขนาดของเฟรมเสียง โดยนำจำนวนตัวอย่างต่อเฟรม (numsamplesperframe), จำนวนช่องสัญญาณเสียง (channels) และความละเอียดของเสียง (bitsper_sample) มาคูณกัน

หากค่าเหล่านี้มีมากพอ ตัวเลขผลลัพธ์จากการคูณอาจเกินขีดจำกัดที่ตัวแปรแบบ 32 บิตจะเก็บได้ ทำให้เกิด Integer Overflow และได้ค่าขนาดที่ “น้อยกว่าความเป็นจริง”

ผลกระทบร้ายแรง: จากความผิดพลาดเล็กๆ สู่ช่องโหว่ใหญ่

เมื่อไลบรารีคำนวณขนาดที่ต้องการจัดสรรหน่วยความจำผิดพลาด โดยได้ขนาดที่เล็กเกินไป มันก็จะไปจองพื้นที่ในหน่วยความจำ (heap) น้อยกว่าที่ข้อมูลจริงต้องการ

หลังจากนั้น เมื่อระบบพยายามเขียนข้อมูลเสียงจริงที่มีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ที่ถูกจองไว้ ข้อมูลก็จะล้นทะลักออกไปจากขอบเขตที่กำหนด นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Heap Buffer Overflow

Heap Buffer Overflow เป็น ช่องโหว่ ที่อันตรายมาก มันสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่หลากหลาย เช่น ทำให้โปรแกรมที่ใช้งานไลบรารีนี้ทำงานผิดปกติและหยุดทำงาน (crash) ซึ่งก่อให้เกิดการปฏิเสธการให้บริการ (Denial of Service)

หรือในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ผู้โจมตีอาจใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อแทรกแซงข้อมูลและสั่งรันโค้ดอันตรายในระบบได้ ทำให้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นได้ในที่สุด

เครื่องมืออัจฉริยะ: การค้นพบด้วย Fuzzing

ช่องโหว่ ประเภทนี้ไม่ได้หาง่ายๆ ด้วยการตรวจสอบโค้ดด้วยตาเปล่า การค้นพบในครั้งนี้เกิดจากการใช้เทคนิคที่เรียกว่า Fuzzing

Fuzzing คือกระบวนการที่คอมพิวเตอร์จะสร้างไฟล์ข้อมูลป้อนเข้า (input) ที่ผิดปกติหรือไม่ถูกต้องขึ้นมาจำนวนมาก แล้วป้อนให้กับโปรแกรมเป้าหมาย เพื่อดูว่าโปรแกรมนั้นจะเกิดข้อผิดพลาดหรือหยุดทำงานหรือไม่

ในกรณีนี้ มีการใช้ Fuzzer ชื่อ AFL++ ซึ่งสร้างไฟล์ FLAC ที่มีข้อมูลแปลกๆ ไปป้อนให้ dr_flac จนกระทั่งพบว่ามีไฟล์บางประเภทที่ทำให้โปรแกรมล่ม การค้นพบด้วยเครื่องมือเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับ ความปลอดภัยทางไซเบอร์

การค้นพบ ช่องโหว่ ครั้งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเขียนโค้ดที่รัดกุม การตรวจสอบ ความปลอดภัย อย่างต่อเนื่อง และความสำคัญของการใช้เครื่องมือทดสอบอัตโนมัติ เพื่อให้ซอฟต์แวร์ที่เราใช้งานนั้นปลอดภัยและเชื่อถือได้อยู่เสมอ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการหน่วยความจำและตรวจสอบการคำนวณตัวเลขให้ดี

ผู้ใช้งานก็ควรหมั่นตรวจสอบและ การอัปเดตซอฟต์แวร์ ที่ใช้งานอยู่เป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับแพตช์แก้ไข ช่องโหว่ ต่างๆ ที่ถูกค้นพบ เพื่อป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามที่ไม่คาดฝัน