ทะเบียนระบบ (Registry) คลังสมบัติแห่ง Windows และกุญแจสู่การสืบสวนไซเบอร์

ทะเบียนระบบ (Registry) คลังสมบัติแห่ง Windows และกุญแจสู่การสืบสวนไซเบอร์

การทำงานของระบบปฏิบัติการ Windows และแอปพลิเคชันต่างๆ ล้วนพึ่งพาฐานข้อมูลสำคัญที่เรียกว่า ทะเบียนระบบ (Registry) ทะเบียนระบบนี้เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการที่เก็บข้อมูลการตั้งค่าทุกอย่าง ตั้งแต่รายละเอียดของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ไดรเวอร์ ไปจนถึงการตั้งค่าส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

แม้จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ Registry มักถูกมองข้ามไป ผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่เคยแม้แต่จะเปิดเข้าไปดู แต่สำหรับผู้ที่ต้องทำงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ หรือนักสืบสวนดิจิทัล Registry คือขุมทรัพย์ข้อมูลอันล้ำค่า ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวความผิดปกติ และเผยร่องรอยของผู้บุกรุกได้อย่างละเอียด

Registry กับการคงอยู่ของภัยคุกคาม (Persistence)

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับ Registry คือบทบาทในการช่วยให้ผู้ไม่หวังดีรักษาการเข้าถึงระบบไว้ได้ หลังจากที่พวกเขาเจาะเข้ามาได้สำเร็จ กระบวนการนี้เรียกว่า Persistence

ผู้โจมตีมักจะแก้ไขหรือเพิ่มคีย์ใน Registry เพื่อให้มัลแวร์ หรือโปรแกรมประสงค์ร้ายของพวกเขาสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ระบบเปิดขึ้นมา

ตัวอย่างคีย์ยอดนิยมที่มักถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้คือ Run keys ในตำแหน่ง HKLM\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run หรือ HKCU\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Run รวมถึงการแก้ไขการตั้งค่าของ Service keys ที่ HKLM\System\CurrentControlSet\Services และการสร้าง Scheduled Tasks ผ่าน Registry

การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในคีย์เหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าระบบอาจถูกบุกรุก

Registry เก็บอะไรไว้บ้าง: ข้อมูลเชิงลึกและการตั้งค่า

นอกจากการเป็นช่องทางสำหรับภัยคุกคามแล้ว Registry ยังเป็นแหล่งรวมข้อมูลการตั้งค่ามากมายของระบบ

มันเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับ การตั้งค่าไฟร์วอลล์ ของ Windows นโยบายรหัสผ่าน และ บัญชีผู้ใช้ รวมถึงข้อมูลการติดตั้งและโครงสร้างของซอฟต์แวร์ต่างๆ

การทำความเข้าใจโครงสร้างและเนื้อหาของ Registry จึงช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของการตั้งค่าระบบ และระบุความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ได้

คลี่คลายเงื่อนงำด้วยข้อมูลจาก Registry

Registry เปรียบเสมือนสมุดบันทึกที่เก็บร่องรอยดิจิทัลของการใช้งานระบบเอาไว้

นักสืบสวนสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อสร้างไทม์ไลน์เหตุการณ์ และระบุพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้

เช่น คีย์ที่บันทึก ไฟล์ที่เปิดล่าสุด (Most Recently Used – MRU) สามารถเผยให้เห็นว่าผู้ใช้คนใดเปิดไฟล์อะไรไปบ้าง

ประวัติการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ USB แสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ภายนอกใดบ้างที่เคยเชื่อมต่อกับเครื่อง

รวมถึงข้อมูล โปรไฟล์เครือข่าย ที่เคยเชื่อมต่อ ก็สามารถบอกได้ว่าเครื่องเคยเชื่อมต่อกับเครือข่ายใดบ้าง

นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบอย่าง Amcache และ Shimcache ที่บันทึกประวัติการรันโปรแกรม ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการระบุว่ามีโปรแกรมแปลกปลอมทำงานบนระบบหรือไม่

เคล็ดลับการสืบสวนเบื้องต้น

สำหรับการสืบสวนข้อมูลใน Registry สิ่งแรกที่ควรทำคือการเปรียบเทียบข้อมูลปัจจุบันกับ ค่าปกติ (baseline) ที่เคยสำรองไว้ หรือจากระบบที่ทำงานได้ตามปกติ เพื่อหาความแตกต่าง

ให้ความสำคัญกับ Timestamp หรือเวลาที่คีย์ถูกสร้างหรือแก้ไข เพราะสามารถช่วยระบุช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์น่าสงสัยได้

มองหาค่าที่ผิดปกติ โปรแกรมแปลกปลอม หรือเส้นทางไฟล์ที่ไม่คุ้นเคย

และใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น Regedit ที่มีมากับ Windows หรือเครื่องมือจาก Sysinternals Suite เพื่อช่วยในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับทะเบียนระบบอย่างลึกซึ้ง จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการป้องกันและตอบโต้ภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างแน่นอน