
AI เขียนโค้ดจริง ใช้แล้วเป็นไง: สำรวจการทำงานร่วมกันของมนุษย์กับ AI
โลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วย แต่กำลังจะกลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในการเขียนโค้ด แต่ AI เหล่านี้ทำงานได้ดีแค่ไหนในโปรเจกต์จริง ๆ ที่มีความซับซ้อน? มาเจาะลึกการใช้งาน AI Code Editor อย่าง Cursor ที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของนักพัฒนา ว่ามันช่วยยกระดับประสิทธิภาพได้จริงหรือแค่เป็นของเล่นใหม่
AI เข้ามาช่วยงานโค้ดได้ยังไง?
เมื่อพูดถึงการใช้ AI ในการเขียนโค้ด หลายคนอาจนึกถึงแค่การสร้างโค้ดง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว AI สามารถทำได้มากกว่านั้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามองถึงการทำงานในลักษณะของ “ผู้ช่วย” ที่สามารถตอบคำถาม วางแผน หรือแม้แต่พยายามสร้างฟีเจอร์ให้เราได้เบื้องต้น
เครื่องมืออย่าง Cursor มีโหมดการทำงานหลัก ๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ Ask, Plan และ Agent ซึ่งแต่ละโหมดก็มีจุดเด่นและวิธีใช้งานที่แตกต่างกันไป
โหมด Ask: เมื่อต้องการคำตอบด่วน
โหมด Ask เปรียบเสมือนการมีผู้ช่วยที่คอยตอบคำถามเกี่ยวกับโค้ดได้ทันที หากนักพัฒนากำลังเจอส่วนของโค้ดที่ซับซ้อน หรือต้องการทำความเข้าใจว่าฟังก์ชันหนึ่ง ๆ ทำงานอย่างไร ก็สามารถใช้โหมดนี้ถาม AI ได้โดยตรง
มันมีประโยชน์มากสำหรับการ แก้ไขข้อผิดพลาด เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเมื่อต้องการ ปรับปรุงโค้ด (refactor) ในส่วนที่ไม่คุ้นเคย AI จะช่วยชี้จุดที่น่าสงสัยและเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประหยัดเวลาในการค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองไปได้มากทีเดียว
โหมด Plan: วางแผนการทำงานอย่างมีขั้นตอน
สำหรับงานที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย โหมด Plan จะเข้ามามีบทบาท AI ในโหมดนี้จะช่วยนักพัฒนาในการวางแผนการทำงานเป็นขั้นตอน เมื่อได้รับโจทย์ในการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ หรือการ ปรับปรุงโค้ด ครั้งใหญ่ AI จะช่วยแตกงานออกเป็นส่วนย่อย ๆ
นอกจากนี้ยังสามารถสร้างโครงสร้างโค้ด (boilerplate) หรือแนะนำวิธีการจัดระเบียบโค้ดเบื้องต้น ทำให้การเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ หรือการเพิ่มฟีเจอร์ขนาดกลางเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเร่ง ความเร็วในการพัฒนา ได้เป็นอย่างดี
โหมด Agent: ผู้ช่วยอัตโนมัติที่พยายามทำทุกอย่าง
โหมด Agent คือความพยายามของ AI ในการเป็นผู้ช่วยที่ก้าวหน้าที่สุด โดยมีเป้าหมายที่จะทำตามคำสั่งที่ซับซ้อนให้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างฟีเจอร์ทั้งฟีเจอร์ การ ปรับปรุงโค้ด ชุดใหญ่ หรือแม้กระทั่งการ แก้ไขข้อผิดพลาด ที่ต้องวิเคราะห์หลายส่วนพร้อมกัน
AI จะพยายามทำความเข้าใจบริบทของโปรเจกต์ทั้งหมด และสร้างโค้ดออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป และยังต้องมีการ ตรวจสอบ อย่างละเอียดจาก นักพัฒนา
AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ตัวแทน
ถึงแม้ AI จะเก่งกาจและช่วยงานได้มาก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ AI เป็นเพียง เครื่องมือ ที่มาช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ การทำงานเท่านั้น มันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่รู้ทุกอย่าง และบางครั้งโค้ดที่สร้างขึ้นมาก็อาจมี ข้อผิดพลาด หรือไม่ตรงตามความต้องการทั้งหมด
นักพัฒนา ยังคงมีบทบาทสำคัญในการ ตรวจสอบ แก้ไข และตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพราะ AI ยังขาดความสามารถในการเข้าใจบริบททางธุรกิจที่ลึกซึ้ง หรือความซับซ้อนของการออกแบบที่ละเอียดอ่อน
การทำงานร่วมกันระหว่าง นักพัฒนา และ AI คือกุญแจสำคัญสู่ อนาคตของการเขียนโค้ด การใช้ AI อย่างชาญฉลาดจะช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้เร็วขึ้น และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา