AI เกินจริง: เมื่อทุกอย่างถูกแปะป้ายว่า “AI” จนความจริงเลือนหาย

AI เกินจริง: เมื่อทุกอย่างถูกแปะป้ายว่า “AI” จนความจริงเลือนหาย

กระแส AI ที่ใครๆ ก็อยากเป็นส่วนหนึ่ง

กระแสของ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่

หลายธุรกิจพยายามอ้างว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเองนั้นใช้ AI เข้ามาช่วย เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและผู้บริโภค

ดูเหมือนว่าการมีคำว่า AI พ่วงท้ายจะกลายเป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในยุคนี้ไปแล้ว

แต่นี่คือจุดที่น่ากังวล เพราะบางครั้งเทคโนโลยีที่ถูกเรียกว่า AI นั้นอาจไม่ใช่ AI อย่างที่เข้าใจกันจริงๆ ก็เป็นได้

การใช้คำว่า AI อย่างพร่ำเพรื่อ กลายเป็นปัญหาที่สร้างความสับสนและอาจบิดเบือนความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพที่แท้จริงของเทคโนโลยีนี้

อะไรคือ AI จริงๆ กันแน่?

หลายคนอาจสับสนว่าอะไรคือ AI และอะไรที่ไม่ใช่

ลองนึกภาพง่ายๆ ถ้าเทคโนโลยีนั้นแค่ทำตามชุดคำสั่งที่ตั้งไว้ล่วงหน้า หรือใช้กฎเกณฑ์พื้นฐานในการทำงาน นั่นไม่ใช่ AI

ตัวอย่างเช่น ระบบอัตโนมัติที่กดเปิดปิดไฟตามเวลาที่กำหนด หรือโปรแกรมที่คัดกรองอีเมลสแปมตามคำสั่งพื้นฐาน

นี่คือระบบอัตโนมัติ หรือซอฟต์แวร์ธรรมดา ไม่ใช่ ปัญญาประดิษฐ์

AI ที่แท้จริงคือความสามารถของระบบคอมพิวเตอร์ที่ เรียนรู้ จากข้อมูล

สามารถ คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ หรือแม้กระทั่ง ปรับปรุงตัวเอง ได้โดยไม่ต้องถูกโปรแกรมใหม่ทุกครั้ง

ต้องมีการ ประมวลผลข้อมูล ขนาดใหญ่ คาดการณ์ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนได้

เช่น ระบบแนะนำภาพยนตร์ที่คุณอาจชอบ ระบบแปลภาษา หรือเทคโนโลยี จดจำใบหน้า

นี่คือหัวใจสำคัญของ AI ที่แยกมันออกจากระบบอัตโนมัติทั่วไป

ผลกระทบของการเรียกผิดๆ

การนำคำว่า AI ไปใช้กับทุกสิ่งอย่างส่งผลกระทบหลายด้าน

ประการแรก ทำให้เกิด ความเข้าใจผิด ในหมู่ผู้บริโภคและนักลงทุน

พวกเขาอาจคาดหวังว่าเทคโนโลยีนั้นฉลาดกว่าความเป็นจริงมาก และเมื่อผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด ก็อาจนำไปสู่ความผิดหวัง

ประการที่สอง มันบั่นทอน คุณค่า ของนวัตกรรม AI ที่แท้จริง

เมื่อทุกอย่างเป็น AI ความพิเศษและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ใช้ AI จริงๆ ก็ดูด้อยค่าลงไป

ธุรกิจที่พยายามพัฒนา AI อย่างแท้จริงอาจถูกมองข้ามไป

นอกจากนี้ยังสร้าง ฟองสบู่ ทางการตลาด

บริษัทต่างๆ อาจได้รับเงินทุนจำนวนมาก เพียงเพราะแปะป้ายว่าใช้ AI โดยที่เทคโนโลยีนั้นยังไม่พร้อม หรือไม่ใช้ AI เลยด้วยซ้ำ

สิ่งนี้ไม่ยั่งยืนและอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคตได้

ทางออกเพื่อความโปร่งใสและอนาคตที่ดีกว่า

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกลับมาให้ความสำคัญกับความ ซื่อสัตย์ และ โปร่งใส ในการนำเสนอเทคโนโลยี

ควรใช้คำอธิบายที่ถูกต้องและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสิ่งที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการทำได้จริงๆ

ไม่ต้องกลัวที่จะเรียกมันว่าเป็นระบบอัตโนมัติ หรือโปรแกรมที่ใช้หลักการง่ายๆ หากนั่นคือสิ่งที่มันเป็น

การให้ข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

ทั้งนี้ การมุ่งเน้นที่การ แก้ปัญหา ที่แท้จริงให้กับผู้ใช้งาน ควรเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่การเกาะกระแสคำฮิต

เมื่อทุกคนเข้าใจ AI อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ และส่งเสริมการพัฒนา นวัตกรรม ที่แท้จริงในอนาคต