การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบ (Full-scale Automation) อาจดูเหมือนเป็นจุดสูงสุดของความสำเร็จทางธุรกิจ แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค สิ่งนี้กำลังสร้าง "แรงเสียดทาน" ครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ระบบทุนนิยมพังทลายลงได้ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้
1. วงจรการไหลเวียนของเงินที่ขาดหายไป ในระบบเศรษฐกิจปกติ ธุรกิจจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน พนักงานก็นำเงินนั้นกลับไปซื้อสินค้าและบริการ ทำให้เงินหมุนเวียนและเศรษฐกิจเติบโต แต่เมื่อเปลี่ยนพนักงานเป็นหุ่นยนต์ทั้งหมด วงจรนี้จะขาดทันที แม้บริษัทจะผลิตสินค้าได้เร็วและถูกลงแค่ไหน แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ก็จะไม่มีใครมาซื้อสินค้าเหล่านั้น สุดท้ายกำไรที่บริษัทคาดหวังก็จะหายไปเพราะไม่มีดีมานด์ในตลาด
2. ความเหลื่อมล้ำสุดขั้วและการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง ผลประโยชน์จากการใช้หุ่นยนต์จะตกอยู่กับเจ้าของเทคโนโลยีและผู้ถือหุ้นเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ขณะที่แรงงานส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ความมั่งคั่งที่กระจุกตัวอยู่นิ่งๆ โดยไม่ถูกนำออกมาใช้จ่ายจริงในภาคบริโภค จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจนเกิดสภาวะถดถอยถาวร
3. ภาษีหุ่นยนต์และการปรับตัวของภาครัฐ เมื่อแรงงานหายไป ภาษีเงินได้ที่รัฐเคยเก็บได้เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการก็จะหายไปด้วย ทางออกที่ถูกนำเสนอคือการเก็บ "ภาษีหุ่นยนต์" หรือการใช้ระบบรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (UBI) เพื่อให้ประชาชนยังมีกำลังซื้อพอที่จะประคองระบบเศรษฐกิจไว้ได้ แต่คำถามสำคัญคือ รัฐจะสามารถปรับตัวและออกกฎหมายตามความเร็วของเทคโนโลยีได้ทันหรือไม่
4. ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและเสถียรภาพทางสังคม การตกงานในระดับมวลชนไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องเงิน แต่เป็นปัญหาเรื่องเสถียรภาพของสังคม เมื่อคนจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจอีกต่อไป ความตึงเครียดทางการเมืองและการต่อต้านเทคโนโลยีจะรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การจลาจลหรือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเพื่อความอยู่รอด
5. ทางออก: การสร้างสมดุลระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์ แทนที่จะมุ่งเน้นการใช้หุ่นยนต์มาแทนที่คนแบบ 100% ธุรกิจและรัฐควรเปลี่ยนมุมมองเป็นการใช้หุ่นยนต์เพื่อ "เสริม" ประสิทธิภาพของมนุษย์ การรักษาตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัว ความเห็นอกเห็นใจ และการตัดสินใจที่ซับซ้อน จะช่วยรักษาโครงสร้างรายได้ของคนส่วนใหญ่เอาไว้ได้
การนำระบบอัตโนมัติมาใช้แบบสุดโต่งโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านกำลังซื้อของมนุษย์ เปรียบเสมือนการสร้างโรงงานที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่ตั้งอยู่บนเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ สุดท้ายแล้วเทคโนโลยีที่ควรจะสร้างความมั่งคั่ง กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ทำลายตลาดของตัวเองในระยะยาว