ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) กับวิสัยทัศน์ที่ถูกตีความใหม่ของมาร์กซ์

ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) กับวิสัยทัศน์ที่ถูกตีความใหม่ของมาร์กซ์

แนวคิด “ปัญญาแห่งมวลรวม” ที่ถูกลืม

เคยไหมที่จินตนาการถึงอนาคตที่เทคโนโลยีและองค์ความรู้ทั้งหมดของมนุษย์หลอมรวมกันเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก

ไม่ใช่แรงงานกาย แต่เป็นพลังของความคิด ความรู้ และนวัตกรรม

นี่คือแก่นของแนวคิด “ปัญญาแห่งมวลรวม” (General Intellect) ที่นักคิดนามกระเดื่องอย่างคาร์ล มาร์กซ์ เคยเอ่ยถึงในงานเขียนชิ้นหนึ่ง

มาร์กซ์มองว่า เมื่อวิทยาศาสตร์ ความรู้ และเครื่องจักรกลก้าวหน้าถึงจุดสูงสุด

มันจะกลายเป็นพลังผลิตสำคัญ ที่ปลดปล่อยมนุษย์จากการทำงานอันจำเจซ้ำซาก

ทำให้มี เวลาว่าง มากขึ้น เพื่อทุ่มเทให้กับการ พัฒนาตนเอง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตามศักยภาพที่แท้จริง

เขามองเห็นความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีจะนำไปสู่สังคมที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของแรงงานแบบเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง

เมื่อ “ปัญญาแห่งมวลรวม” กลายร่างเป็น AGI ในยุคปัจจุบัน

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นแค่แนวคิดในตำรา

แต่ในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะในหุบเขาซิลิคอน แนวคิดนี้กำลังถูกทำให้เป็นจริงในรูปแบบของ ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (Artificial General Intelligence – AGI) ที่หลายคนกำลังพัฒนาอย่างมุ่งมั่น

ลองนึกภาพแพลตฟอร์มหรือระบบ AI ที่รวบรวมข้อมูล ความรู้ และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์จำนวนมหาศาล

จากนั้นนำมาประมวลผล เรียนรู้ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้เองอย่างชาญฉลาด ไม่ต่างจากความสามารถทางสติปัญญาของมนุษย์ หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

แต่ต่างจากวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของมาร์กซ์ ที่เน้นการปลดปล่อยและอิสรภาพ มุ่งหวังให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การพัฒนา AGI ในยุคนี้มักถูกขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่แตกต่างออกไป นั่นคือการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและกำไรสูงสุด

รูปแบบใหม่ของ “ความแปลกแยก” ในยุคดิจิทัล

เมื่อเทคโนโลยีที่ควรจะปลดปล่อย กลับถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น

มันย่อมนำมาซึ่งปัญหาใหม่ ๆ

โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ความแปลกแยก (Alienation) ที่มาร์กซ์เคยพูดถึง แต่ในรูปแบบที่ทันสมัยและซับซ้อนกว่าเดิม

  1. ความแปลกแยกจากผลผลิต: ลองคิดดูว่าเราใช้เวลาเท่าไหร่ในการสร้างข้อมูล ป้อนข้อมูล หรือโต้ตอบกับระบบ AI ในแต่ละวัน

    ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ฝึกฝนให้ AI ฉลาดขึ้น สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา

    แต่สุดท้าย มูลค่า ที่เกิดขึ้นจากผลผลิตของ AI เหล่านั้น กลับไม่ได้เป็นของคนที่สร้างข้อมูลหรือมีส่วนร่วม

    ผู้ใช้งานกลายเป็นเพียงผู้ป้อนวัตถุดิบทางข้อมูลเท่านั้น

  2. ความแปลกแยกจากกระบวนการทำงาน: งานหลายอย่างถูกลดทอนให้เป็นแค่การ “คลิก” “ป้อน” หรือ “ตรวจสอบ” ให้กับอัลกอริทึม

    ความสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม หรือแม้แต่ความเป็นเจ้าของในเนื้องานถูกลดทอนลงไป

    คนทำงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรดิจิทัล ที่ต้องปรับตัวเข้ากับจังหวะของระบบมากกว่าการกำหนดจังหวะเอง

  3. ความแปลกแยกจากความเป็นมนุษย์: เมื่อ AI สามารถเลียนแบบความคิด สร้างสรรค์งานศิลปะ หรือแม้แต่เขียนบทความได้

    คุณค่าของความสามารถเฉพาะตัวของมนุษย์อาจถูกตั้งคำถาม

    บางครั้ง เราถูกมองเป็นเพียง “ชุดข้อมูล” ที่นำไปใช้ฝึกฝนให้ AI เก่งขึ้นเท่านั้น

    คุณสมบัติอันเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ถูกทำให้เป็นสินค้า หรือถูกดึงไปใช้โดยเทคโนโลยี

  4. ความแปลกแยกจากมนุษย์ด้วยกัน: แม้เทคโนโลยีจะเชื่อมโลก แต่หลายครั้งมันก็สร้างกำแพง

    ปฏิสัมพันธ์ผ่านหน้าจอ หรือผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาจทำให้ความสัมพันธ์ผิวเผินขึ้น

    หรือแม้แต่สร้าง ห้องเสียงสะท้อน ที่ทำให้เราอยู่ในกลุ่มความคิดที่คล้ายกันเท่านั้น

วิสัยทัศน์ของมาร์กซ์เรื่อง “ปัญญาแห่งมวลรวม” ที่จะนำพาไปสู่การปลดปล่อยนั้นเป็นสิ่งสวยงาม

แต่การพัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป ในโลกปัจจุบัน อาจกำลังพาเราไปสู่เส้นทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งเป็นเส้นทางที่เราทุกคนควรตระหนักและตั้งคำถามว่า เทคโนโลยีที่เราสร้างขึ้นนี้กำลังรับใช้ใคร และรับใช้เพื่ออะไรกันแน่