
การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่แท้จริง: ไม่ใช่แค่นวัตกรรม แต่คือ ‘อำนาจเหนือระบบ’
หลายคนอาจมองว่าการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐฯ และจีนนั้นเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ใครผลิตเทคโนโลยีล้ำสมัยได้ก่อน ถือว่าชนะไป
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจซับซับซ้อนกว่านั้นมาก และไม่ได้เกี่ยวกับการคิดค้นสิ่งใหม่เป็นหลัก
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ได้ก่อนกัน แต่เป็นการช่วงชิง การควบคุมสถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยี ทั้งหมด นั่นคือรากฐานและโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโลกดิจิทัลของเรา
การแข่งขันที่เหนือกว่าแค่ ‘นวัตกรรม’
ความคิดที่ว่า “นวัตกรรมคือทุกสิ่ง” อาจเป็น มายาคติทางนวัตกรรม ที่ทำให้เรามองข้ามแก่นแท้ของการต่อสู้ครั้งนี้
ลองนึกภาพว่าคุณสร้างสรรค์สุดยอดผลิตภัณฑ์ได้ แต่กลับต้องพึ่งพาชิ้นส่วน ซอฟต์แวร์ หรือแพลตฟอร์มของอีกฝ่าย นั่นหมายถึงอีกฝ่ายหนึ่งต่างหากที่กุมอำนาจที่แท้จริง
การแข่งขันจึงไม่ใช่เพียงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แต่เป็นการควบคุม โครงข่ายระบบ ที่ประกอบขึ้นเป็นเทคโนโลยีเหล่านั้น ทั้งการออกแบบชิป การผลิต ซอฟต์แวร์มาตรฐาน และห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
อำนาจเชิงระบบ: กลยุทธ์ที่จีนใช้
จีนเองก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อการสร้างนวัตกรรม แต่กลยุทธ์ของจีนมุ่งเน้นไปที่การสร้าง อำนาจเชิงระบบ
นี่คือการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีของตนเอง ที่สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก
การลงทุนอย่างมหาศาลในการพัฒนา ชิปเซ็ต ของตนเอง การสร้างมาตรฐานในเทคโนโลยี 5G และการขยายอิทธิพลของแพลตฟอร์มดิจิทัลในระดับโลก ล้วนเป็นตัวอย่างของการพยายามควบคุม สถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยี ที่ครอบคลุม
กลยุทธ์นี้ทำให้จีนสามารถควบคุม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางในระยะยาว
การปรับตัวของสหรัฐฯ: จาก ‘แยกขาด’ สู่ ‘ลดความเสี่ยง’
ในอดีต สหรัฐฯ เน้นย้ำเรื่องนวัตกรรมมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุม โครงสร้างพื้นฐาน เช่นกัน
มีการเปลี่ยนแนวคิดจากการพยายาม “แยกขาด” (decoupling) เทคโนโลยีออกจากจีนอย่างสิ้นเชิง มาเป็นการ “ลดความเสี่ยง” (de-risking)
สหรัฐฯ เข้าใจแล้วว่าการเพียงแค่นำหน้าด้านนวัตกรรมอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถควบคุม ชิ้นส่วนสำคัญ หรือ ห่วงโซ่อุปทาน ที่จำเป็นได้
การลงทุนในประเทศเพื่อเสริมสร้าง การผลิตชิป การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีสำคัญ และการสร้างพันธมิตรเพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทาน จึงเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่เห็นได้ชัดเจน
การแข่งขันในอนาคตจึงไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ แต่เป็นการช่วงชิงการเป็นผู้ควบคุม โครงสร้างพื้นฐาน และ กฎเกณฑ์ ที่เป็นรากฐานของโลกเทคโนโลยีทั้งหมด ใครเป็นผู้ควบคุม แกนกลางของระบบ ผู้นั้นก็จะมีอิทธิพลอย่างแท้จริงต่ออนาคตทางเทคโนโลยีของโลก