
AI เพิ่มประสิทธิภาพ หรือแค่เพิ่มภาระให้สมอง?
ปัจจุบัน หลายคนมอง AI เป็นเครื่องมือวิเศษที่จะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ การทำงาน ลดภาระ และทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องมือเหล่านี้กลับทำให้คนเก่ง ๆ หลายคนรู้สึกยุ่งกว่าเดิม กระจายสมาธิ และแอบหมดไฟโดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้กำลังเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้งาน AI Productivity Tools ทั่วโลก
การที่ AI เข้ามามีบทบาทนั้น ไม่ได้หมายความว่าภาระงานจะหายไป แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบของภาระงานมากกว่า
กับดักแห่งการสร้างสรรค์ที่มากขึ้น
AI มีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นบทความ โค้ดงานออกแบบ หรือแม้แต่แนวคิดใหม่ ๆ การเพิ่มปริมาณผลลัพธ์เหล่านี้ดูเหมือนจะดี แต่กลับสร้างภาระใหม่ขึ้นมา นั่นคือการที่ผู้ใช้งานต้องกลายเป็น “ผู้ตรวจทานและปรับปรุง” อย่างไม่หยุดหย่อน
การต้องตรวจสอบความถูกต้อง จัดการกับข้อผิดพลาด หรือแม้แต่การเติมเต็มส่วนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมนุษย์ ทำให้เวลาที่น่าจะประหยัดไปถูกใช้ไปกับการจัดการกับ “ผลผลิต” ที่ AI สร้างขึ้นมาอย่างมหาศาล
ภาระทางความคิดที่เพิ่มขึ้น
เมื่อ AI นำเสนอทางเลือก ข้อมูล หรือร่างงานจำนวนมาก การตัดสินใจของผู้ใช้งานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย สิ่งนี้ก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “Decision Fatigue” หรือความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจบ่อยครั้ง
สมองต้องทำงานหนักขึ้นในการประเมินสิ่งต่าง ๆ ที่ AI สร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำ ความเหมาะสม หรือความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง ทำให้ ภาระทางความคิด เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ซึ่งอาจนำไปสู่ความอ่อนล้าทางจิตใจและภาวะหมดไฟได้ง่ายขึ้น
การสูญเสียสมาธิและงานเชิงลึก
การทำงานร่วมกับ AI มักต้องมีการป้อนคำสั่ง ตรวจสอบผลลัพธ์ และปรับแก้เป็นรอบ ๆ กระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดการหยุดชะงักของสมาธิอยู่บ่อยครั้ง การทำงานที่ต้องใช้ งานเชิงลึก หรือ Deep Work ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองได้จดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่งโดยปราศจากการรบกวนจึงทำได้ยากขึ้น
การรบกวนเหล่านี้ขัดขวางการเข้าสู่สภาวะ Flow State ซึ่งเป็นสภาวะที่คนเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและมีความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่
ทางออกคือการใช้ AI อย่างชาญฉลาด
เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ ได้จริง ต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการให้ AI ทำทุกอย่าง มาเป็นการใช้ AI ในฐานะผู้ช่วยเชิงกลยุทธ์ ต้องมีการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เช่น การป้อนคำสั่ง (Prompt Engineering) ที่แม่นยำ การ ประเมินผล ลัพธ์จาก AI อย่างมีวิจารณญาณ และการบูรณาการเครื่องมือ AI เข้ากับกระบวนการทำงานอย่างชาญฉลาด
การตระหนักถึงข้อจำกัดของ AI และการรักษาสมดุลระหว่างการใช้เครื่องมือกับการรักษา ทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ไว้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
การนำ AI มาใช้ต้องเป็นไปอย่างมีสติและรู้เท่าทัน เพื่อให้เครื่องมือนี้เป็นตัวเสริมศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่เป็นตัวเพิ่มภาระที่มองไม่เห็นจนทำให้พลังงานและความคิดสร้างสรรค์ถูกบั่นทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย