
เรือจมจากข้างบน: ภาพลวงตาของความปลอดภัยไซเบอร์
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก หลายองค์กรเชื่อมั่นในระบบ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ของตัวเองอย่างเต็มที่ ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการสร้างกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งราวกับป้อมปราการ
แต่บางครั้งความมั่นใจเหล่านี้กลับกลายเป็นเพียง ภาพลวงตา เพราะแท้จริงแล้วภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ได้มาจากภายนอกเสมอไป แต่มาจาก “ข้างบน” หรือจากจุดที่เรามักจะมองข้ามไปอย่างไม่น่าเชื่อ
ความเข้าใจผิดเรื่องการป้องกัน
หลายคนมักคิดว่าการลงทุนในไฟร์วอลล์ที่ทันสมัย หรือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด คือทั้งหมดของ ความปลอดภัยไซเบอร์
แนวคิดนี้เปรียบเสมือนการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเรืออย่างหนาแน่น แต่กลับไม่ได้ใส่ใจกับการตรวจสอบช่องโหว่เล็กๆ น้อยๆ บนดาดฟ้า หรือในส่วนประกอบภายใน
การโฟกัสไปที่การป้องกันการโจมตีจากภายนอกเพียงอย่างเดียว ทำให้เราพลาดที่จะมองเห็นรอยรั่วที่อาจทำให้ “เรือจมจากข้างบน” นั่นคือ การที่ ข้อมูล สำคัญรั่วไหล หรือระบบถูกเจาะจากจุดที่คาดไม่ถึงภายในองค์กรเอง
รอยรั่วที่มักถูกมองข้าม
แท้จริงแล้ว ภัยคุกคามไซเบอร์ จำนวนมากไม่ได้อาศัยช่องโหว่ทางเทคนิคที่ซับซ้อน แต่กลับใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนที่แสนจะพื้นฐานและใกล้ตัว
พฤติกรรมมนุษย์: บุคลากรในองค์กรเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการรักษา ความปลอดภัยไซเบอร์ การตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง การใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่าย หรือแม้แต่ความประมาทเลินเล่อในการจัดการ ข้อมูล ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิด รอยรั่ว ได้อย่างง่ายดาย
ไม่รวมถึงภัยจาก บุคลากร ที่อาจมีเจตนาร้าย ซึ่งสามารถเข้าถึง ข้อมูล ได้โดยตรงจากภายใน
ความผิดพลาดในการตั้งค่าระบบ: หลายครั้งที่ช่องโหว่ไม่ได้เกิดจากการถูกแฮกโดยตรง แต่มาจากความผิดพลาดในการตั้งค่าระบบ หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่
การตั้งค่าที่หละหลวมหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงระบบหรือ ข้อมูล ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก
ห่วงโซ่อุปทาน: องค์กรในปัจจุบันทำงานร่วมกับคู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกจำนวนมาก หากคู่ค้าเหล่านั้นมี ความปลอดภัยไซเบอร์ ที่อ่อนแอ ก็อาจกลายเป็นประตูหลังให้ ผู้ไม่หวังดี เข้ามาโจมตีองค์กรของเราได้โดยไม่ทันตั้งตัว
ความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานจึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่องค์กรต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง
สร้างเกราะป้องกันที่แท้จริง
การสร้าง ความปลอดภัยไซเบอร์ ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน จำเป็นต้องมี กลยุทธ์ ที่ครอบคลุมรอบด้าน ไม่ใช่แค่การสร้างกำแพงป้องกันภายนอกเท่านั้น
ต้องมองภาพรวม ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงภายใน การสร้างความตระหนักรู้ให้กับ บุคลากร และการตรวจสอบกระบวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
การลงทุนในการ ฝึกอบรม ให้ บุคลากร ทุกคนมีความเข้าใจใน ภัยคุกคามไซเบอร์ และรู้จักรักษากฎระเบียบด้านความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
รวมถึงการ ตรวจสอบ ระบบและกระบวนการภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาและอุด รอยรั่ว ที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะถูกนำไปใช้ประโยชน์
สุดท้ายแล้ว ความปลอดภัยไซเบอร์ ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของคน กระบวนการ และความตระหนักรู้ร่วมกันภายในองค์กร การสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย จะช่วยให้ ข้อมูล ของเราได้รับการปกป้องอย่างแท้จริง และทำให้ ภาพลวงตา ของความปลอดภัยหายไป กลายเป็นระบบที่มั่นคงและเชื่อถือได้