ภัยคุกคามจากคนใน: ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

ภัยคุกคามจากคนใน: ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

เวลาพูดถึงภัยไซเบอร์ หลายคนมักนึกถึงแฮกเกอร์จากภายนอกที่พยายามเจาะเข้ามาในระบบ แต่ความเป็นจริงแล้ว มีภัยคุกคามอีกรูปแบบหนึ่งที่ร้ายกาจไม่แพ้กัน และอาจจะสร้างความเสียหายได้มากกว่า นั่นคือ ภัยคุกคามจากคนใน หรือ Insider Threats

ภัยคุกคามเหล่านี้มาจากบุคคลที่ทำงานอยู่ภายในองค์กร หรือเคยทำงานในองค์กร มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและระบบสำคัญ เช่น พนักงานปัจจุบัน อดีตพนักงาน ผู้รับเหมา หรือแม้แต่คู่ค้า ซึ่งความน่ากลัวอยู่ตรงที่บุคคลเหล่านี้มี ความไว้ใจ และ การเข้าถึง อยู่แล้ว จึงสามารถหลีกเลี่ยงระบบป้องกันภายนอกได้อย่างง่ายดาย

ภัยคุกคามจากคนใน มีกี่รูปแบบ?

ภัยคุกคามจากคนในแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือแบบประสงค์ร้ายและแบบไม่ตั้งใจ

ภัยคุกคามจากคนในที่ประสงค์ร้าย

กลุ่มนี้คือคนที่จงใจทำผิด เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือตั้งใจสร้างความเสียหายให้กับองค์กร

อาจเป็นเรื่องของการ ขโมยข้อมูลสำคัญ เพื่อนำไปขาย หรือใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า

บางครั้งอาจเป็นการ ทำลายระบบ หรือ ทำให้ข้อมูลเสียหาย ด้วยแรงจูงใจจากความไม่พอใจองค์กร การล้างแค้น หรือถูกชักจูงจากภายนอกให้ทำการ จารกรรมข้อมูลทางอุตสาหกรรม เพื่อคู่แข่ง

ภัยคุกคามจากคนในที่ไม่ได้ตั้งใจ

นี่คือภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดและมักถูกมองข้าม คนกลุ่มนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เกิดจากความ ประมาทเลินเล่อ หรือ ขาดความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์

ตัวอย่างเช่น การตกเป็นเหยื่อของ ฟิชชิ่ง ทำให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหล การตั้ง รหัสผ่านอ่อนแอ หรือใช้รหัสผ่านซ้ำๆ รวมถึงการ ทำอุปกรณ์สำคัญหาย หรือเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมเหล่านี้ แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็สามารถเปิดช่องให้แฮกเกอร์จากภายนอกเข้ามาโจมตีระบบ และสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับองค์กรได้ไม่แพ้กัน

ทำไมภัยคุกคามจากคนในถึงอันตราย

ความเสี่ยงจากคนในนั้นยากต่อการตรวจจับ เพราะบุคคลเหล่านั้นมี สิทธิ์การเข้าถึงโดยชอบธรรม อยู่แล้ว การกระทำของพวกเขาจึงอาจดูกลมกลืนไปกับการทำงานปกติ ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยทั่วไปอาจไม่ทันสังเกตเห็น

ผลกระทบที่ตามมาก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ ข้อมูลรั่วไหล ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กร การ สูญเสียทางการเงิน อย่างมหาศาลจากค่าปรับ หรือการชดเชยค่าเสียหาย

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ ธุรกิจหยุดชะงัก และอาจมี ผลกระทบทางกฎหมาย ตามมาอีกด้วย

การป้องกันภัยคุกคามจากคนใน ทำได้อย่างไร

การจัดการกับภัยคุกคามจากคนในต้องอาศัยการผสมผสานทั้งเทคโนโลยี กระบวนการ และที่สำคัญที่สุดคือคน

เริ่มต้นด้วยการ ควบคุมการเข้าถึง อย่างเข้มงวด ควรยึดหลัก Least Privilege คือให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและระบบเท่าที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้น และควรมีการ ทบทวนสิทธิ์การเข้าถึง เหล่านั้นเป็นประจำ

การ เฝ้าระวังและตรวจสอบพฤติกรรมการใช้งาน ของพนักงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ระบบควรสามารถตรวจจับความผิดปกติ หรือพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากเดิมได้ นอกจากนี้ การ เก็บ Log บันทึกการใช้งาน ก็ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

ที่ขาดไม่ได้คือการ ให้ความรู้และฝึกอบรม พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย สอนวิธีป้องกันตัวเองจากฟิชชิ่ง การสร้างรหัสผ่านที่แข็งแรง และการจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย

รวมถึงการมี นโยบายด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน และบังคับใช้อย่างจริงจัง ตลอดจนการมี กระบวนการจัดการเมื่อพนักงานลาออก ที่รัดกุม เพื่อให้แน่ใจว่าสิทธิ์การเข้าถึงทั้งหมดจะถูกเพิกถอนอย่างทันท่วงที

การสร้าง วัฒนธรรมองค์กร ที่ส่งเสริมความปลอดภัย และเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถรายงานความผิดปกติได้โดยไม่ต้องกลัว จะช่วยให้องค์กรแข็งแกร่งจากภายในอย่างแท้จริง