AI เก่งแค่ไหน ก็ยังต้องมีคนคัดเลือกในด่านแรกของการรับสมัครงาน

AI เก่งแค่ไหน ก็ยังต้องมีคนคัดเลือกในด่านแรกของการรับสมัครงาน

ยุคนี้ใครๆ ก็พูดถึง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าเข้ามาช่วยงานต่างๆ ให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในโลกของการทำงานและการคัดเลือกพนักงาน

หลายคนอาจจะคิดว่า ในเมื่อ AI ฉลาดขนาดนี้ ก็น่าจะเข้ามาช่วยคัดเลือกผู้สมัครงานในรอบแรกได้อย่างสมบูรณ์แบบได้แล้วสิ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตัดสินใจใน การสัมภาษณ์รอบแรก กลับเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยังต้องพึ่งพา คน อยู่มาก

AI เก่งจริง แต่มีขีดจำกัดเรื่องคน

AI เก่งกาจเรื่องการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล

การจับคู่ทักษะกับตำแหน่งงาน หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงโครงสร้างจากเรซูเม่ AI ทำได้ดีเยี่ยม

แต่เมื่อต้องประเมิน “คน” ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน มิติทางอารมณ์ และปัจจัยที่ไม่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ชัดเจน AI กลับมีข้อจำกัดอย่างมาก

สิ่งที่ AI มองข้ามไปคือแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ เช่น บุคลิกภาพ แรงจูงใจ และการปรับตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาวของพนักงานและองค์กร

ทำไม “คน” จึงยังจำเป็นในด่านแรกของการคัดเลือก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการคัดเลือกพนักงานรอบแรกมีหลายประการ

ประการแรกคือเรื่องของ วัฒนธรรมองค์กร AI อาจจับคู่ทักษะได้ แต่ไม่สามารถประเมินได้ว่าผู้สมัครจะเข้ากับบรรยากาศการทำงาน ค่านิยมของบริษัท หรือทีมได้ดีแค่ไหน การที่พนักงานเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดี มักจะส่งผลให้มีความสุขในการทำงานและอยู่กับองค์กรได้นานขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ ทักษะทางอารมณ์และสังคม (Soft Skills)

เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ความเป็นผู้นำ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทักษะเหล่านี้มักจะแสดงออกมาผ่านการ ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างบุคคล

AI อาจวิเคราะห์คำพูดหรือน้ำเสียงได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังห่างไกลจากการเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ และการประเมินทักษะเหล่านี้ในบริบทจริงของการสนทนาหรือการแก้ไขสถานการณ์จำลอง

อีกประเด็นสำคัญคือเรื่องของ อคติ

แม้ว่า AI จะถูกออกแบบมาให้เป็นกลาง แต่หากข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝน AI มีอคติแฝงอยู่ AI ก็จะเรียนรู้และถ่ายทอดอคตินั้นออกมาได้โดยไม่รู้ตัว คนที่สัมภาษณ์จะสามารถรับรู้และตั้งคำถามกับอคตินั้นได้ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นธรรมที่สุด

รวมถึงความเข้าใจใน บริบท

มนุษย์สามารถรับรู้ถึงเบื้องหลัง ประสบการณ์ หรือเส้นทางอาชีพของผู้สมัครในเชิงลึก ซึ่ง AI อาจประมวลผลได้แค่ตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่ไม่เข้าใจถึงความหมายหรือแรงขับเคลื่อนที่แท้จริง

เมื่อ AI ผสานพลังกับคน: โมเดล Human-in-the-Loop (HITL)

คำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือการทำงานร่วมกันภายใต้โมเดลที่เรียกว่า Human-in-the-Loop (HITL)

แนวคิดนี้คือการให้ AI ทำงานที่ตัวเองถนัด เช่น การคัดกรองเบื้องต้น ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ และคุณสมบัติพื้นฐานอื่นๆ เพื่อลดภาระงานซ้ำซ้อนและประหยัดเวลาอย่างมหาศาล

จากนั้น ผู้สมัครที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นจาก AI ก็จะถูกส่งต่อให้ มนุษย์ เป็นผู้สัมภาษณ์และประเมินในขั้นตอนต่อไป

ในขั้นตอนนี้ มนุษย์จะเข้ามาประเมินในส่วนที่ AI ทำได้ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกภาพ วัฒนธรรมองค์กร ทักษะทางสังคม หรือความเข้ากันได้กับทีม

การทำงานร่วมกันแบบนี้ ทำให้กระบวนการคัดเลือกมีทั้งประสิทธิภาพจากเทคโนโลยี และความละเอียดอ่อนแม่นยำจากการตัดสินใจของมนุษย์

ในท้ายที่สุด การลงทุนกับคนคือการลงทุนที่สำคัญที่สุดขององค์กร การใช้ AI มาเสริมกระบวนการ แต่ยังคงให้บทบาทสำคัญกับมนุษย์ใน การตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะในด่านแรกของการทำความรู้จักกัน จึงเป็นแนวทางที่ชาญฉลาดที่สุดเพื่อค้นหา “คนที่ใช่” ให้กับองค์กรอย่างแท้จริง