
Agentic AI: ศักยภาพก้าวล้ำและความรับผิดชอบที่ต้องตามให้ทัน
โลกเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI มี Agentic AI กำลังถูกจับตามอง มันไม่เพียงประมวลผลข้อมูลหรือทำนายผล แต่ยังสามารถตัดสินใจและลงมือทำบางอย่างได้เอง เพื่อบรรลุเป้าหมาย ความสามารถนี้กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์หลายอุตสาหกรรม รวมถึงวงการความปลอดภัยไซเบอร์
รู้จัก Agentic AI: เมื่อ AI ตัดสินใจและลงมือเอง
Agentic AI คือระบบ AI ที่สามารถดำเนินการอย่างอิสระ มีเป้าหมายชัดเจน และตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อไปถึงเป้าหมายได้ด้วยตัวเอง เปรียบเสมือนการมอบหมายงานให้ผู้ช่วยอัจฉริยะที่คิดและลงมือทำครบวงจร
ต่างจาก AI ทั่วไปที่มักทำหน้าที่คาดการณ์ Agentic AI ก้าวไปอีกขั้นด้วยการกระทำ ยกตัวอย่างด้านความปลอดภัยไซเบอร์ อาจถูกตั้งโปรแกรมให้สแกนหาช่องโหว่ และเมื่อพบก็ดำเนินการแก้ไขหรือบรรเทาผลกระทบได้ทันที
นอกจากนี้ ยังสามารถวิเคราะห์ภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ และตอบโต้ด้วยการบล็อกหรือแยกอุปกรณ์ที่ติดเชื้อออกจากเครือข่ายโดยอัตโนมัติ นับเป็นเครื่องมือทรงพลังในการรับมือภัยคุกคามที่ซับซ้อน
ความท้าทายที่ต้องเจอ: ใครรับผิดชอบเมื่อ AI ผิดพลาด?
แม้ Agentic AI มีศักยภาพสูง แต่ก็มาพร้อมกับคำถามสำคัญ นั่นคือ ความรับผิดชอบ เมื่อเกิดความผิดพลาด หาก AI ตัดสินใจพลาดจนทำให้เกิดการละเมิดข้อมูล หรือสร้างความเสียหาย ใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ?
เนื่องจาก Agentic AI ทำงานแบบอิสระ การทำความเข้าใจกระบวนการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องยาก บางครั้ง AI อาจดำเนินการในรูปแบบที่เราไม่คาดคิด ก่อให้เกิดปัญหาเรื่อง ความโปร่งใส และ ความสามารถในการอธิบาย การทำงาน
ความเสี่ยงอีกประการคือการโจมตีตัว AI แฮกเกอร์อาจพยายาม “วางยา” ข้อมูลที่ใช้ฝึก หรือส่งข้อมูลที่ทำให้ AI ตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ AI กลายเป็นเครื่องมือโจมตีระบบ
หากไม่มีการกำกับดูแลที่ดีพอ Agentic AI อาจกลายเป็น “AI ที่ควบคุมไม่ได้” ที่ดำเนินการตามเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ กรอบกฎหมายยังตามไม่ทัน ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายเรื่องความรับผิดชอบ
สร้างความปลอดภัยให้ AI และองค์กร
เพื่อใช้ประโยชน์จาก Agentic AI อย่างปลอดภัย การกำกับดูแลโดยมนุษย์ ที่เข้มแข็งจึงจำเป็นอย่างยิ่ง มนุษย์ต้องยังคงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและตัดสินใจ หรือเป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติการทำงานสำคัญ
สิ่งสำคัญคือการกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของ AI ให้ชัดเจน ควรมีการติดตั้ง สวิตช์หยุดทำงานฉุกเฉิน (kill switch) ที่สามารถหยุด AI ได้ทันทีหากเกิดข้อผิดพลาด
การออกแบบ AI ให้มีความ โปร่งใสและสามารถอธิบายได้ (Explainable AI หรือ XAI) จะช่วยให้มนุษย์เข้าใจกระบวนการตัดสินใจและตรวจสอบแก้ไขได้ นอกจากนี้ การทดสอบอย่างเข้มงวด การตรวจสอบบันทึกการทำงาน และการทำ Audit Trail ก็สำคัญ
การสร้าง กรอบจริยธรรมและกฎหมาย ที่ชัดเจนเกี่ยวกับ AI Agentic จะช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้งาน และกำหนดแนวทางความรับผิดชอบ การใช้ Agentic AI ในองค์กรจึงควรอยู่ภายใต้หลักการที่ว่า “มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกับ AI”
Agentic AI มีศักยภาพมหาศาลในการพลิกโฉมการดำเนินงานหลายด้าน โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ แต่การนำมาใช้งานต้องทำด้วยความรอบคอบ การทำความเข้าใจความเสี่ยง การวางแผนการกำกับดูแล และการสร้างกรอบความรับผิดชอบที่ชัดเจน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมนี้ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย