
เปิดโลก DNS: เมื่อชื่อเว็บไซต์กลายเป็นประตูสู่โลกดิจิทัล และภัยร้ายที่ซ่อนอยู่
เวลาที่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์อย่าง google.com ลงในเบราว์เซอร์ เคยสงสัยหรือไม่ว่าเบื้องหลังเกิดอะไรขึ้น ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์ถึงรู้ว่าจะต้องเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ไหน ความลับเบื้องหลังกระบวนการนี้คือ ระบบชื่อโดเมน หรือ DNS (Domain Name System) ที่ทำหน้าที่เหมือนสมุดโทรศัพท์ขนาดยักษ์ของอินเทอร์เน็ต
มันเปลี่ยนชื่อที่มนุษย์อ่านเข้าใจง่าย ให้กลายเป็น ที่อยู่ IP ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจได้
ลองนึกภาพว่าคุณต้องการโทรหาเพื่อน แต่รู้แค่ชื่อ คุณต้องเปิดสมุดโทรศัพท์เพื่อหาเบอร์ DNS ก็ทำงานแบบเดียวกัน เพื่อให้การท่องเว็บเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว
เบื้องหลังการทำงานของ DNS: เมื่อชื่อกลายเป็นตัวเลข
กระบวนการค้นหาที่อยู่ IP ผ่าน DNS นั้นซับซ้อนกว่าที่คิดเล็กน้อย แต่ก็เป็นรากฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ต
เมื่อคุณพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ลงไป คำขอจะถูกส่งไปยัง Recursive Resolver ซึ่งมักจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ DNS ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หรือบริการสาธารณะอย่าง Google DNS
Recursive Resolver จะเริ่มสอบถามจาก Root Servers ซึ่งเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของแผนที่ DNS ทั่วโลก
Root Servers จะบอกว่าต้องไปถาม TLD (Top-Level Domain) Servers เช่น เซิร์ฟเวอร์สำหรับ .com, .org, .co.th ต่อไป
จากนั้น TLD Servers จะชี้ทางไปยัง Authoritative Name Servers ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูล IP แอดเดรสที่แท้จริงของเว็บไซต์นั้น ๆ
เมื่อได้ IP แอดเดรสมา Recursive Resolver จะส่งกลับไปให้เครื่องของคุณ และยังเก็บข้อมูลนั้นไว้ใน DNS cache เพื่อให้การเข้าถึงเว็บไซต์เดิมครั้งต่อไปรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องผ่านกระบวนการค้นหาซ้ำอีก
รู้จักกับ DNS Cache Poisoning: ภัยเงียบที่หลอกลวงคุณ
แม้ว่าระบบ DNS จะถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพ แต่ความซับซ้อนและการพึ่งพาความเชื่อใจกันเองของระบบ ก็ทำให้เกิดช่องโหว่ได้
หนึ่งในภัยคุกคามที่อันตรายคือ DNS Cache Poisoning หรือการวางยาพิษแคช DNS
การโจมตีนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ไม่หวังดีพยายามสอดแทรกข้อมูลที่อยู่ IP ปลอมเข้าไปใน DNS cache ของ Recursive Resolver
จินตนาการว่ามีคนแอบเข้าไปในสมุดโทรศัพท์ของคุณ และแก้ไขเบอร์โทรศัพท์เพื่อนให้เป็นเบอร์ของคนร้าย เมื่อคุณกดโทรหาเพื่อน คุณก็จะไปคุยกับคนร้ายแทน
ในทางเทคนิค ผู้โจมตีจะส่งข้อมูล IP แอดเดรสปลอมเข้ามายัง Recursive Resolver โดยพยายามเดา Transaction ID (รหัสยืนยันคำขอ) และ Port Number ของการสื่อสารให้ถูกต้อง
หากผู้โจมตีสามารถส่งข้อมูลปลอมที่มีการเดารหัสถูกต้อง และมาถึง Recursive Resolver ก่อนคำตอบที่ถูกต้องจาก Authoritative Name Servers
Recursive Resolver ก็จะหลงเชื่อ และเก็บ ข้อมูล IP ปลอม นั้นไว้ในแคช
ผลลัพธ์คือ เมื่อผู้ใช้คนอื่น ๆ พยายามเข้าถึงเว็บไซต์นั้น Recursive Resolver ก็จะส่งที่อยู่ IP ปลอมกลับไปให้ ทำให้เครื่องของผู้ใช้นั้นเชื่อมต่อไปยัง เว็บไซต์ปลอม ที่ผู้โจมตีสร้างขึ้น
เว็บไซต์ปลอมเหล่านี้อาจถูกใช้เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว (Phishing), แพร่กระจายมัลแวร์, หรือแม้แต่หลอกให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์อันตรายได้
การป้องกันตัวเองจากพิษของ DNS
โชคดีที่ภัยคุกคามนี้มีวิธีป้องกันและลดความเสี่ยงได้หลายวิธี
เทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ DNSSEC (DNS Security Extensions) ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยด้วยการ ลงลายมือชื่อดิจิทัล ให้กับข้อมูล DNS
การเซ็นชื่อดิจิทัลนี้ช่วยให้ Recursive Resolver สามารถตรวจสอบได้ว่าข้อมูลที่ได้รับมาจาก Authoritative Name Servers นั้น ถูกต้องและไม่ถูกแก้ไข ระหว่างทาง
นอกจากนี้ การเพิ่ม ความสุ่ม ในการกำหนด Transaction ID และ Port Number ก็ช่วยให้ผู้โจมตีเดาได้ยากขึ้นมาก
ผู้ให้บริการ DNS และผู้ดูแลระบบควรมีการ จำกัดอัตราการส่งคำขอ (Rate Limiting) เพื่อป้องกันการโจมตีแบบสแปมข้อมูล
และการ ตรวจสอบการทำงานของ DNS อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
ความเข้าใจในหลักการทำงานของ DNS และภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันนี้ การมีระบบ DNS ที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้ คือหัวใจสำคัญของการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน