หายนะเศรษฐกิจครั้งหน้า อาจไม่ใช่เรื่องของตลาด แต่คือวิกฤตความจริง

หายนะเศรษฐกิจครั้งหน้า อาจไม่ใช่เรื่องของตลาด แต่คือวิกฤตความจริง

เรามักจะคิดว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งต่อไปจะเกิดจากฟองสบู่แตก หนี้สาธารณะพุ่ง หรืออัตราดอกเบี้ยผันผวน แต่หารู้ไม่ว่าภัยคุกคามที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ในสิ่งที่ธรรมดาที่สุด นั่นคือ ความสามารถในการตรวจสอบความจริง

เศรษฐกิจยุคใหม่ที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้มีรากฐานสำคัญอยู่บนระบบที่เชื่อถือได้ ระบบที่ทำหน้าที่ ยืนยันความถูกต้อง ของข้อมูลจำนวนมหาศาล

นี่คือเสาหลักของ ความเชื่อใจ ที่ทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาทางกฎหมาย รายงานการตรวจสอบบัญชีทางการเงิน การวินิจฉัยทางการแพทย์ หรือแม้แต่รีวิวสินค้าและบริการออนไลน์

ความน่าเชื่อถือเหล่านี้คือหัวใจของการตัดสินใจทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบ

#

คลื่นข้อมูลถล่มทลาย: AI ตัวเร่งความเร็ว

ลองจินตนาการถึงโลกที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดยั้ง นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยฝีมือของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

AI มีความสามารถในการผลิต “สัญญาณ” หรือข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและด้วยต้นทุนที่แทบจะไม่มี สัญญาณเหล่านี้มีทั้งข้อมูลจริงที่เป็นประโยชน์ และที่น่ากังวลกว่าคือ ข้อมูลสังเคราะห์ หรือข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นเอง ซึ่งอาจเป็นของปลอมที่แนบเนียนจนแทบแยกไม่ออก

จากข้อความ Deepfake รูปภาพ ไปจนถึงวิดีโอที่สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด การผลิตข้อมูลปลอมเหล่านี้ทำได้ง่ายขึ้นทุกวัน จนต้นทุนเข้าใกล้ศูนย์

#

วิกฤตการตรวจสอบ: เมื่อของจริงกับของปลอมแยกไม่ออก

นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่

ขณะที่ต้นทุนในการสร้างข้อมูล (ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม) ลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงนิดเดียว ต้นทุนและภาระในการ ตรวจสอบความจริง กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบการตรวจสอบที่มีอยู่ ทั้งจากมนุษย์และระบบอัตโนมัติ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการรับมือกับปริมาณและคุณภาพของข้อมูลสังเคราะห์

เมื่อต้องใช้ทรัพยากร มนุษย์ และเวลาที่มากขึ้นในการแยกแยะว่าอะไรคือของจริง อะไรคือของปลอม ก็จะเกิด ความไม่สมดุลของข้อมูล ขึ้น ซึ่งนำไปสู่การกัดกร่อน ความเชื่อใจ ในระดับรากฐาน

ลองคิดดูว่าหากเราไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไปว่าสิ่งที่เห็นหรือได้ยินนั้นเป็นเรื่องจริง โลกจะเป็นอย่างไร

#

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้น

ผลลัพธ์จากวิกฤตความจริงนี้ อาจเป็นมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ แต่มันสามารถสั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมได้ทั้งหมด

หากความสามารถในการตรวจสอบความจริงลดลง ตลาดจะทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ การตัดสินใจลงทุนก็จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การฉ้อโกงจะทำได้ง่ายขึ้น กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะเผชิญกับความยากลำบากในการพิสูจน์หลักฐาน

ท้ายที่สุดแล้ว หากความเชื่อใจซึ่งเป็นรากฐานของปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และกลไกทางเศรษฐกิจถูกทำลายจนหมดสิ้น ก็ยากที่จะจินตนาการถึงสังคมที่ยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างปกติสุข

นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของความอยู่รอดทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยความพยายามร่วมกันในการสร้างและรักษาระบบการตรวจสอบความจริงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เรายังคงแยกแยะระหว่างสิ่งที่เชื่อถือได้และสิ่งที่หลอกลวงได้อยู่เสมอ