ไขความลับ ChatGPT: มันทำงานอย่างไรกันนะ?
ในยุคที่ ChatGPT กลายเป็นปรากฏการณ์ โลกออนไลน์ก็เต็มไปด้วยบทสนทนาที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล แต่งโค้ด หรืออธิบายแนวคิดซับซ้อนให้เข้าใจง่าย มันทำได้อย่างรวดเร็วและดูราวกับมีเวทมนตร์ จนหลายคนสงสัยว่าเบื้องหลังความสามารถอันน่าทึ่งนี้ มีกลไกอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ChatGPT ไม่ได้ “คิด” หรือ “ค้นหา” อย่างที่คุณคิด
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อนเลย คือ ChatGPT ไม่ได้มีความคิด ความรู้สึก หรือสติปัญญา เหมือนมนุษย์ มันไม่ได้ “เข้าใจ” คำถามในแบบที่เราเข้าใจ และไม่ได้ “ค้นหา” ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์เหมือนที่เราใช้ Google เลย
มันเป็นเพียง แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ที่ถูกฝึกฝนมาให้จดจำรูปแบบและทำนายคำถัดไปได้อย่างแม่นยำเท่านั้น
หัวใจสำคัญ: การทำนายคำถัดไป
หัวใจของการทำงานของ ChatGPT คือสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Transformer มันสามารถประมวลผลและทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคำต่าง ๆ ในประโยคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อมีคนป้อนข้อความเข้าไป ระบบจะทำการแปลงข้อความเหล่านั้นให้เป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “โทเค็น” (Token) ซึ่งอาจจะเป็นคำ พยางค์ หรือแม้แต่ตัวอักษร จากนั้น แบบจำลองก็จะใช้สิ่งที่มันเรียนรู้มาทั้งหมด ทำนายโทเค็นถัดไป ที่น่าจะปรากฏขึ้นมากที่สุด โดยพิจารณาจากบริบทและลำดับของโทเค็นก่อนหน้า
กระบวนการนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อสร้างประโยค วลี และข้อความที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องกันออกมา
ป้อนข้อมูลมหาศาลเพื่อเรียนรู้ภาษา
เพื่อให้ ChatGPT สามารถทำนายคำถัดไปได้อย่างน่าทึ่ง มันต้องผ่านกระบวนการ “การฝึกฝนล่วงหน้า” (Pre-training) โดยการป้อนข้อมูลภาษาจำนวนมหาศาลเข้าไป เช่น หนังสือ บทความ เว็บไซต์ และบทสนทนาจากอินเทอร์เน็ต
ข้อมูลเหล่านี้มีปริมาณมากจนเกินกว่าที่มนุษย์จะอ่านได้หมด ทำให้แบบจำลองเรียนรู้ ไวยากรณ์ รูปแบบประโยค ข้อเท็จจริง และสไตล์การเขียน ที่หลากหลาย ส่งผลให้มันสามารถสร้างข้อความที่ฟังดูเป็นธรรมชาติและมีความรู้กว้างขวาง
สอนให้ตอบได้ “ถูกใจ” มนุษย์ ด้วยคนจริง ๆ
การเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ ChatGPT เป็นผู้ช่วยที่ชาญฉลาดและเป็นมิตร มันจึงต้องผ่านกระบวนการ “การปรับแต่ง” (Fine-tuning) ด้วยการมีส่วนร่วมของมนุษย์
ในขั้นตอนแรก ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์จะช่วยเขียนคำตอบที่เป็นตัวอย่างที่ถูกต้องและเหมาะสม จากนั้นนำไปสอนให้แบบจำลองเลียนแบบการตอบคำถามเหล่านี้
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือ Reinforcement Learning with Human Feedback (RLHF) ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบเสริมกำลังด้วยการตอบรับจากมนุษย์ โดยแบบจำลองจะสร้างคำตอบหลายแบบ และให้ผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์ให้คะแนนหรือจัดอันดับคำตอบเหล่านั้น การให้คะแนนนี้จะถูกนำไปสร้าง “แบบจำลองรางวัล” (Reward Model) ที่จะช่วยฝึกฝนให้ ChatGPT สร้างคำตอบที่มนุษย์ส่วนใหญ่พึงพอใจและเป็นประโยชน์มากที่สุด
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
แม้จะเก่งกาจเพียงใด ChatGPT ก็ยังมีข้อจำกัด มันอาจให้ข้อมูลที่ ผิดพลาด หรือ “สร้างเรื่องขึ้นมาเอง” (Hallucination) โดยไม่รู้ตัว เพราะมันไม่ได้เข้าถึงความจริงเหมือนมนุษย์
นอกจากนี้ การตอบสนองของมันยังสะท้อนถึง อคติ (Bias) ที่อาจแฝงอยู่ในชุดข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน ดังนั้น การใช้ข้อมูลที่ได้จาก ChatGPT จึงควรใช้วิจารณญาณและตรวจสอบความถูกต้องเสมอ
การเข้าใจว่า ChatGPT ทำงานอย่างไร ไม่ได้ลดทอนความมหัศจรรย์ของมันลง แต่กลับช่วยให้เราใช้เครื่องมืออันทรงพลังนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและรู้เท่าทันข้อจำกัด เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในชีวิตประจำวันและการทำงาน