สายปริศนาโทรเข้า… มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่คิด

สายปริศนาโทรเข้า… มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่คิด

ทุกคนคงเคยเจอสายโทรเข้าจากเบอร์แปลก ๆ หรือสายที่อ้างว่าเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ชวนลงทุน แจ้งเตือนพัสดุ หรือแม้แต่ข่มขู่ในรูปแบบต่าง ๆ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมามักจะเป็น “ทำไมถึงโทรมาหาเรา” หรือ “โดนสุ่มเลือกหรือเปล่า” แท้จริงแล้ว การโทรเข้าเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย แต่เป็นการทำงานอย่างเป็นระบบของขบวนการใหญ่ที่รู้จักข้อมูลส่วนตัวของเรามากกว่าที่คิด

ใครอยู่เบื้องหลังข้อมูลส่วนตัวของเรา?

เบื้องหลังการโทรศัพท์หลอกลวงที่ดูเหมือนสุ่มนั้น มีผู้เล่นสำคัญที่แทบไม่มีใครรู้จัก นั่นคือ นายหน้าค้าข้อมูล หรือ Data Brokers

บุคคลหรือองค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่รวบรวม จัดหมวดหมู่ และขายข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลของผู้คนทั่วโลก

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มาจากการแฮกเสมอไป แต่มาจากหลากหลายช่องทางที่เราอาจไม่เคยรู้ตัว เช่น ข้อมูลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต กิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ที่เราเข้าชม แอปพลิเคชันที่เราติดตั้ง ข้อมูลจากการซื้อสินค้าออนไลน์ แม้กระทั่งข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง หรือจากการที่ข้อมูลเคยรั่วไหลมาก่อนหน้านี้

ข้อมูลส่วนตัวของเรามีค่าแค่ไหนในตลาดมืด

นายหน้าค้าข้อมูลจะนำข้อมูลที่รวบรวมมาไปวิเคราะห์ จัดกลุ่ม และขายต่อให้กับลูกค้าหลากหลายประเภท ทั้งบริษัทที่ต้องการทำตลาดแบบเจาะจง และแน่นอนว่ารวมถึง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ด้วย

ข้อมูลที่ถูกขายนั้นมีตั้งแต่ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล วันเกิด อายุ เพศ รายได้ สถานะทางการเงิน ความสนใจ พฤติกรรมการซื้อสินค้า ไปจนถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ประวัติสุขภาพ หรือแม้กระทั่งความเห็นทางการเมือง

ด้วยข้อมูลเหล่านี้ แก๊งมิจฉาชีพสามารถสร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อถือขึ้นมา เพื่อหลอกให้เหยื่อตายใจได้ง่ายขึ้น เพราะพวกเขารู้ว่าควรจะพุ่งเป้าไปที่ใคร ด้วยเรื่องราวแบบไหน การโทรเข้าจึงไม่ใช่แค่การโทรสุ่ม แต่เป็นการเลือกเหยื่อที่มีแนวโน้มจะตกเป็นเหยื่อมากที่สุด

เทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ก็ซับซ้อนขึ้น มีทั้งการใช้ AI เพื่อสร้างบทสนทนาที่แนบเนียน การ ปลอมแปลงเบอร์โทร ให้ดูน่าเชื่อถือ หรือแม้กระทั่งการ หลอกล่อทางจิตวิทยา (Social Engineering) เพื่อให้เราเปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงินไปให้

ป้องกันตัวเองจากภัยเงียบ

การปกป้องข้อมูลส่วนตัวเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ควรเริ่มจากการเป็นคน ช่างสังเกต และ ระมัดระวัง อยู่เสมอ

สิ่งแรกที่ทำได้คือ พยายาม ลบข้อมูลส่วนตัว ออกจากเว็บไซต์นายหน้าค้าข้อมูลให้มากที่สุด แม้จะดูเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความพยายามสูง แต่ก็คุ้มค่า อาจลองใช้บริการจากบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการลบข้อมูลส่วนบุคคลก็ได้

ปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวบน โซเชียลมีเดีย ทุกแพลตฟอร์มให้รัดกุมที่สุด ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลที่ไม่จำเป็นในที่สาธารณะ

ระมัดระวังในการให้ข้อมูลกับเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ตรวจสอบ สิทธิ์การเข้าถึง ที่แอปขอเสมอ

ควรใช้ เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลสำรอง สำหรับการลงทะเบียนที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือเมื่อไม่แน่ใจในความปลอดภัย

หากได้รับสายจากเบอร์แปลก หรือจากหน่วยงานที่อ้างตัวว่าเป็นราชการ ธนาคาร หรือบริษัทต่าง ๆ ให้ ตั้งข้อสงสัย ไว้ก่อนเสมอ อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินเด็ดขาด ตรวจสอบความถูกต้อง ของข้อมูลนั้นจากช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น

ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อเจอเหตุการณ์น่าสงสัย ควร แจ้งความหรือรายงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ

การทำความเข้าใจว่าข้อมูลส่วนตัวของเรามีค่าและถูกนำไปใช้อย่างไร เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปกป้องตัวเองจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ในยุคนี้ การหมั่นตรวจสอบและปรับปรุงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว รวมถึงการมีสติและไม่ตื่นตระหนกเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์น่าสงสัย จะช่วยให้เราใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสบายใจยิ่งขึ้น