
ยุคใหม่แห่งความยั่งยืน: เมื่อ “สีเขียว” ต้องสร้างกำไรจากรากฐาน
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน หลายคนยังคงมองหาความยั่งยืนในรูปแบบเดิม ๆ เช่น แอปคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือการประชาสัมพันธ์องค์กรว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่แนวคิดเหล่านี้กำลังล้าสมัย โอกาสในการสร้าง กำไร มหาศาลควบคู่ไปกับการรักษ์โลกไม่ได้อยู่แค่การ “ขายความเขียว” อีกต่อไปแล้ว แต่มันซ่อนอยู่ใน แก่นแท้ของอุตสาหกรรม การผลิต และการเงิน
โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่บริษัทที่ฉลาดจะมองลึกลงไปถึง “ฟิสิกส์แห่งกำไร” ซึ่งหมายถึงการทำความเข้าใจและปรับปรุงกระบวนการพื้นฐานที่ส่งผลต่อต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างแท้จริง
หยุดขายความเขียว: เมื่อกำไรไม่ได้มาจากแค่การบอกว่ารักษ์โลก
หลายครั้งที่การตลาด “สีเขียว” เป็นเพียงภาพลวงตา ไม่ได้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และมักจะมาพร้อมกับต้นทุนที่สูง จนธุรกิจเล็ก ๆ เข้าไม่ถึง
บริษัทต่าง ๆ ทุ่มงบประมาณไปกับการรายงานผล ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งสำคัญ แต่ก็มักจะเน้นที่การทำตามกฎระเบียบ หรือเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะนำไปสู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจริง ๆ และยังสามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้ด้วย
การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องเริ่มจากภายใน นั่นคือการทำให้การดำเนินงานขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และลดของเสียให้ได้มากที่สุด ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะกลายเป็น กำไร ที่จับต้องได้
แกะรอย ‘ฟิสิกส์แห่งกำไร’ ในอุตสาหกรรม
“ฟิสิกส์แห่งกำไร” คือการมุ่งความสนใจไปที่ส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนต้นทุนและผลผลิตในธุรกิจ เช่น บิลค่าพลังงาน ซึ่งสำหรับผู้บริหารการเงิน (CFO) แล้ว มันคือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่อันดับสามรองจากการจ่ายค่าจ้างพนักงานและค่าวัตถุดิบ
เมื่อมองหาจุดที่สามารถลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ ก็จะพบว่า นวัตกรรมด้านวัสดุ และ เคมีภัณฑ์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เช่น การพัฒนา ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ หรือเชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF) สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงลดการปล่อยมลพิษ แต่ยังเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ๆ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
การลงทุนในการปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การใช้ ปั๊มความร้อนอุตสาหกรรม การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการต่าง ๆ หรือแม้แต่เทคโนโลยี ดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกที่ให้ผลตอบแทนมหาศาลทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
พลิกโฉมธุรกิจ: จากรายงาน ESG สู่ประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ถึงเวลาแล้วที่บริษัทต้องก้าวข้ามจากการแค่ทำรายงาน ESG ไปสู่การผสานรวม ความยั่งยืน เข้ากับ กลยุทธ์หลักของธุรกิจ
การทำให้กระบวนการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎ แต่เป็นเรื่องของการ ลดต้นทุน การเพิ่ม ผลกำไร และการสร้าง ความสามารถในการแข่งขัน ในระยะยาว
บริษัทที่มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงาน การลดของเสีย และการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า จะเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจนในงบการเงิน และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภคและนักลงทุนไปพร้อมกัน
โอกาสทองของ ‘ยูนิคอร์น’ รุ่นใหม่
ยูนิคอร์น หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเกินหนึ่งพันล้านดอลลาร์ในอนาคต จะไม่ได้มาจากแอปพลิเคชันรักษ์โลกที่ผิวเผินอีกต่อไป
แต่พวกเขาจะเกิดจากบริษัทที่สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานของอุตสาหกรรมได้ บริษัทเหล่านี้จะนำเสนอโซลูชันที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตวัสดุใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือการสร้างระบบจัดการของเสียที่เปลี่ยนให้เป็นทรัพยากร
นี่คือช่วงเวลาที่ธุรกิจต้องเปลี่ยนวิธีคิด จากการมองความยั่งยืนเป็นภาระค่าใช้จ่าย ไปสู่การมองว่าเป็น แหล่งกำไร และ นวัตกรรม ที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง.