AI กำลังเขย่าโลกธุรกิจ: ทำไมตำแหน่ง “กลาง” ถึงรู้สึกสะเทือนก่อน?
พูดถึงปัญญาประดิษฐ์หรือ AI หลายคนคงนึกถึงภาพหุ่นยนต์ที่เข้ามาแย่งงานในโรงงาน หรือ AI อัจฉริยะที่เทียบชั้นมนุษย์ในงานซับซ้อน แต่รู้หรือไม่ว่าคลื่นกระแทกแรกของ AI ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดของปิรามิดองค์กรอย่างที่หลายคนคิด
กลับกัน แรงกระแทก ครั้งสำคัญกำลังเริ่มต้นขึ้นที่กลุ่มคนในตำแหน่ง “กึ่งกลางแต่มีความสำคัญ” ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังขององค์กร กลุ่มคนเหล่านี้คือใคร และทำไมพวกเขาถึงเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก AI
AI กำลังเข้ามาแทนที่ “นักประสานงานข้อมูล”
กลุ่มคนที่เรากำลังพูดถึงคือ ผู้บริหารระดับกลาง นักวิเคราะห์ข้อมูล ที่ปรึกษา และ ผู้จัดการโครงการ ไปจนถึงกลุ่ม พนักงานออฟฟิศระดับสูง ที่มีหน้าที่หลักในการ รวบรวม ประมวลผล สรุป และ ส่งต่อข้อมูล พวกเขาคือผู้ที่เชื่อมโยงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์จากผู้บริหารระดับสูงเข้ากับการปฏิบัติงานจริงในระดับปฏิบัติการ
ในโลกธุรกิจ กลุ่มคนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการกรอง สังเคราะห์ และสร้างมูลค่าจากข้อมูลมากมายที่ไหลเวียนอยู่ พวกเขาเป็นผู้ที่ทำให้ข้อมูลดิบกลายเป็นรายงานที่เข้าใจง่าย หรือแปลงแนวคิดใหญ่ให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้
ทำไม AI ถึงเก่งกาจในงานของคนกลุ่มนี้?
คำตอบง่ายๆ คือ AI ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับข้อมูล โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ตรรกะ การจัดระเบียบ และการประมวลผลซ้ำๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานในตำแหน่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการ วิเคราะห์แนวโน้มตลาดเบื้องต้น สร้างรายงานสรุป ร่างอีเมลหรือเอกสารแรกเริ่ม จัดทำตารางเวลาโครงการ หรือแม้แต่ ตรวจสอบข้อมูลจำนวนมาก เพื่อหาข้อผิดพลาด
AI สามารถทำงานเหล่านี้ได้ รวดเร็ว แม่นยำ และ ลดต้นทุน ได้มากกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว ลองนึกภาพ AI ที่สามารถอ่านเอกสาร 100 หน้า สรุปใจความสำคัญได้ภายในไม่กี่นาที และยังสามารถนำข้อมูลไปสร้างกราฟวิเคราะห์ได้ทันที ซึ่งเป็นงานที่นักวิเคราะห์คนหนึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน
การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในโลกของ AI
เมื่อ AI เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในงานประมวลผลข้อมูลนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้องค์กรสามารถทำงานได้มากขึ้นด้วยคนน้อยลง เกิดเป็น แรงกดดัน ให้กับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าว พวกเขาจะพบว่างานที่เคยทำนั้น AI สามารถทำได้ดีกว่าหรืออย่างน้อยก็ช่วยลดภาระไปได้มาก
นี่ไม่ใช่สัญญาณของการตกงานหมู่ในทันที แต่เป็นการ ปฏิรูปบทบาท ของงาน ผู้ที่ต้องการจะอยู่รอดและเติบโตในยุค AI จำเป็นต้อง ยกระดับทักษะ และมองหา มูลค่าเพิ่ม ที่ AI ไม่สามารถทำได้ดีเท่ามนุษย์
ทักษะเหล่านั้นรวมถึง การคิดเชิงกลยุทธ์ระดับสูง ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การตัดสินใจเชิงจริยธรรม การสร้างความสัมพันธ์ การสื่อสารที่โน้มน้าวใจ และ ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ AI ยังห่างไกลจากความสามารถของมนุษย์
อนาคตของการทำงานในยุค AI
โลกธุรกิจกำลังเดินหน้าไปสู่โครงสร้างองค์กรที่ แบนราบลง (Flatter Hierarchy) มากขึ้น โดยมี AI ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่ช่วยขับเคลื่อนงานในส่วนของการจัดการข้อมูล ทำให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้โดยตรงมากขึ้น และพนักงานระดับปฏิบัติการก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยมี AI เป็นเครื่องมือ
ดังนั้น การทำความเข้าใจว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอย่างไร และการ เตรียมพร้อมปรับตัว ด้วยการพัฒนาทักษะที่จำเป็น จึงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในตำแหน่ง “กึ่งกลาง” เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI และสร้างโอกาสใหม่ๆ ในอาชีพได้อย่างยั่งยืน