AI ไม่ได้ทำลายความมั่นคง แต่มันเปิดโปงให้เห็นว่าอะไรต่างหากคือปัญหาที่แท้จริง
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือตัวการที่เข้ามาบ่อนทำลายความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทำให้ระบบต่างๆ เปราะบางขึ้น แต่ความจริงแล้ว AI ไม่ได้เป็นผู้ร้ายอย่างที่คิด
มันเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนและช่องโหว่ที่มีอยู่แล้วในระบบความปลอดภัยของเราต่างหาก สิ่งที่ AI ทำคือเร่งให้ปัญหาเหล่านี้ปรากฏชัดเจนและถูกโจมตีได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง
ความจริงที่ถูกซ่อน: AI แค่ฉายไฟส่องความเปราะบาง
ก่อนหน้าที่จะมี AI ระบบความปลอดภัยก็มีช่องโหว่และจุดอ่อนอยู่แล้ว เพียงแต่มันอาจจะซับซ้อนเกินไป หรือใช้เวลามากในการค้นหาและใช้ประโยชน์จากการโจมตีเหล่านั้น
AI เข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยการเป็น ตัวเร่งปฏิกิริยา มันสามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล ค้นหาแพตเทิร์น และระบุช่องโหว่ได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้การโจมตีที่เคยต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลานาน กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีด้วย ระบบอัตโนมัติ ของ AI นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้หลายคนตกใจและเข้าใจผิดว่า AI คือต้นเหตุ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI แต่เป็นรากฐานความปลอดภัยที่อ่อนแอ
เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัว AI แต่เป็นเพราะรากฐานความปลอดภัยที่เราสร้างไว้นั้นยังไม่แข็งแรงพอ
องค์กรจำนวนมากยังคงใช้งาน ระบบเดิมๆ ที่ล้าสมัย หรือมี แนวปฏิบัติที่ไม่ทันยุคสมัย ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตีอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “หนี้ความปลอดภัย” (security debt) ซึ่งหมายถึงช่องโหว่หรือความเสี่ยงที่ถูกละเลย ไม่ได้รับการแก้ไขสะสมมานาน
ความ ซับซ้อน ของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีในปัจจุบันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ยิ่งระบบซับซ้อนมากเท่าไหร่ การจะรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมทุกจุดก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
ถึงเวลาเปลี่ยนมุมมอง: ใช้ AI ให้ถูกทางเพื่อความมั่นคง
แทนที่จะโทษ AI ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนมุมมอง หันมาให้ความสำคัญกับการเสริมสร้าง ความแข็งแกร่งของความปลอดภัยพื้นฐาน ของตัวเอง
นี่คือโอกาสที่จะใช้ AI เป็น เครื่องมือ ในการป้องกันภัยคุกคาม เช่น การตรวจจับความผิดปกติ การวิเคราะห์ภัยคุกคามเชิงรุก และการจัดการความเสี่ยง
AI สามารถช่วยให้เรามองเห็นสิ่งที่เราไม่เคยมองเห็น ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันได้
อย่างไรก็ตาม บทบาทของมนุษย์ ยังคงสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การกำหนดจริยธรรม และการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่า AI จะจัดการได้
โลกกำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว ความเข้าใจที่ถูกต้องและการปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ต่างหากคือกุญแจสำคัญสู่ความมั่นคงปลอดภัยในยุคดิจิทัล