SI ยุคใหม่: เมื่อ AI และคลาวด์เปลี่ยนเกมธุรกิจ

SI ยุคใหม่: เมื่อ AI และคลาวด์เปลี่ยนเกมธุรกิจ

โลกเทคโนโลยีกำลังหมุนเร็วขึ้นทุกวัน และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงนี้คือวงการ System Integrator (SI) เดิมที SI เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงระบบต่างๆ ให้ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือดูแลระบบทั้งหมด แต่ตอนนี้ บทบาทและห่วงโซ่ value chain ดั้งเดิมกำลังถูกท้าทายอย่างไม่เคยมีมาก่อน จากผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทรงอิทธิพลอย่าง Hyperscalers และ AI platforms นี่ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ SI ต้องเข้าใจและปรับตัวอย่างเร่งด่วน

บทบาท SI ดั้งเดิมที่กำลังเปลี่ยนไป

ในอดีต ธุรกิจต่างๆ มักพึ่งพา SI ในการสร้างและติดตั้งระบบไอทีที่ซับซ้อน ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันเฉพาะทาง SI คือผู้ที่รับผิดชอบตั้งแต่ต้นจนจบ กระบวนการเหล่านี้มักกินเวลานาน ใช้ทรัพยากรมาก และต้องใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไป เมื่อเทคโนโลยีคลาวด์เข้ามามีบทบาท Hyperscalers อย่าง AWS, Azure, และ Google Cloud ได้นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานและบริการต่างๆ ที่ครบวงจร ทำให้หลายๆ ขั้นตอนที่เคยเป็นหัวใจของงาน SI สามารถทำได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น หรือแม้กระทั่งถูกแทนที่ด้วยบริการสำเร็จรูป

ยิ่งไปกว่านั้น การเกิดขึ้นของ AI platforms โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Generative AI ได้เข้ามาพลิกโฉมภูมิทัศน์นี้อีกครั้ง แพลตฟอร์มเหล่านี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงความสามารถของ AI ได้อย่างง่ายดาย ด้วยโมเดลที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว และ API ที่พร้อมใช้งาน ลดความจำเป็นในการสร้างโมเดล AI จากศูนย์ ซึ่งเคยเป็นงานหลักของ SI บางราย

คลื่นลูกใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการ

การผงาดขึ้นของ Hyperscalers ไม่ได้แค่เป็นการย้ายระบบจาก On-premise ไปยังคลาวด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเสนอ โซลูชันสำเร็จรูป จำนวนมากที่ครอบคลุมความต้องการทางธุรกิจหลายด้าน ทำให้งานของ SI ในการติดตั้งและปรับแต่งโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมลดลงอย่างเห็นได้ชัด SI ต้องเริ่มคิดใหม่ว่าคุณค่าของตนเองอยู่ที่ไหน เมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้มีฟังก์ชันที่ครบครันยิ่งขึ้น

ในส่วนของ AI platforms การเข้าถึง AI กลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ การประมวลผลภาพ หรือเครื่องมือ AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล AI platforms เหล่านี้ช่วยลดภาระในการลงทุนและพัฒนา AI อย่างมหาศาล ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญ AI จำนวนมากเพื่อสร้างโมเดลใหม่ทุกครั้ง สิ่งนี้บีบให้ SI ต้องขยับจากการเป็นผู้สร้าง มาเป็น ผู้บูรณาการ และ ผู้ปรับแต่ง แทน

นอกจากนี้ ผู้เล่นด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง NVIDIA และแพลตฟอร์มข้อมูลเฉพาะทาง ก็เข้ามาเสริมศักยภาพให้การนำ AI ไปใช้งานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ value chain ของ SI ถูกบีบอัดและท้าทายให้ต้องหาจุดยืนใหม่

SI ต้องปรับตัวอย่างไรถึงจะอยู่รอดและเติบโต

เพื่อที่จะอยู่รอดและเติบโตในยุคที่กำลังเปลี่ยนผ่านนี้ SI จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

สิ่งแรกคือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การเป็นผู้เชี่ยวชาญทั่วไปอาจไม่เพียงพออีกต่อไป SI ควรเลือกเจาะลึกในอุตสาหกรรมเฉพาะ กลุ่มลูกค้า หรือเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง เพื่อสร้างความแตกต่างและเสนอคุณค่าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI สำหรับอุตสาหกรรมการเงิน หรือการปรับใช้คลาวด์ในภาคการผลิต

ประการที่สองคือ นวัตกรรม SI ต้องหันมาลงทุนในการพัฒนาโซลูชันของตัวเอง Accelerators หรือแม้กระทั่งทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มใหม่ๆ เหล่านี้ การสร้างสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์จะช่วยให้ SI หลุดพ้นจากการแข่งขันด้านราคาและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า

และที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนา ทักษะใหม่ๆ ให้กับทีมงาน ความรู้ด้าน Data Science, MLOps, Prompt Engineering, AI governance, และ สถาปัตยกรรมคลาวด์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง SI ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ติดตั้งไปเป็น ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ผู้ที่สามารถช่วยลูกค้าเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ออกแบบโซลูชันที่ซับซ้อน และบริหารจัดการระบบคลาวด์และ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การสร้าง พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ กับ Hyperscalers และ AI platforms โดยตรง ก็เป็นอีกแนวทางที่สำคัญ เพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุดและข้อมูลเชิงลึกจากผู้พัฒนาระบบ

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับ SI ที่พร้อมจะปรับตัว หากสามารถเปลี่ยนจากการเป็นผู้ดำเนินการไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม และมุ่งเน้นการส่งมอบ ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ที่ชัดเจน SI จะยังคงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรในยุคดิจิทัลได้อย่างแน่นอน