
พิชิตสแกมเมอร์: 5 นิสัยป้องกันตัวจากภัยออนไลน์
ในโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ก็มักแฝงไปด้วยภัยร้ายที่คาดไม่ถึง การหลอกลวงทางออนไลน์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อ แต่เกิดขึ้นเพราะผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ที่เร่งด่วนและก่อให้เกิดความสับสนต่างหาก
การสร้างนิสัยง่ายๆ เพียงไม่กี่อย่างจะช่วยให้ทุกคนมีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง และใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ชะลอคิด ตรวจสอบให้ชัวร์ก่อนลงมือ
ในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบ มักมีข้อความหรืออีเมลที่กระตุ้นให้รีบดำเนินการบางอย่างอยู่เสมอ
นั่นคือกลยุทธ์ของ สแกมเมอร์ ที่พยายามสร้างแรงกดดัน เพื่อให้รีบตัดสินใจโดยไม่ทันคิด
เมื่อได้รับข้อความแปลกๆ ที่ดูเร่งด่วน หรืออ้างว่าเป็นเรื่องสำคัญ อย่าเพิ่งกดลิงก์หรือตอบกลับทันที
ให้หยุดคิดสักครู่ แล้วลองตรวจสอบข้อมูล เช่น ค้นหาชื่อผู้ส่งทางออนไลน์ หรือติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง ด้วยช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น อย่าใช้ช่องทางที่ส่งมาในข้อความนั้นเด็ดขาด
ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือเว็บไซต์ที่ส่งมาให้แน่ใจว่าไม่ใช่การ ปลอมแปลง
สังเกต URL และสัญลักษณ์ความปลอดภัย
ก่อนจะกรอกข้อมูลสำคัญบนเว็บไซต์ใดๆ สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบ URL หรือที่อยู่เว็บไซต์ให้ละเอียด
ดูว่าสะกดถูกต้องหรือไม่ เพราะ ฟิชชิง มักจะใช้ชื่อเว็บไซต์ที่คล้ายคลึงกัน แต่มีตัวอักษรผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย
นอกจากนี้ ให้สังเกตสัญลักษณ์ กุญแจล็อก ที่อยู่หน้า URL และตรวจสอบให้แน่ใจว่า URL ขึ้นต้นด้วย “https://” เสมอ
“s” ที่เพิ่มเข้ามาหมายถึง “secure” หรือความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ หากไม่มี “s” หรือพบคำเตือนอื่นๆ ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานทันที
สร้างรหัสผ่านที่คาดเดายาก และใช้ 2FA เสมอ
รหัสผ่าน เปรียบเสมือนกุญแจสู่ข้อมูลส่วนตัว การใช้รหัสผ่านที่ซ้ำกันหรือคาดเดาง่าย คือการเปิดประตูให้ แฮกเกอร์ เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ควรใช้รหัสผ่านที่ยาวและซับซ้อน ผสมตัวอักษรพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์
ใช้ ตัวจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) เพื่อช่วยสร้างและจัดเก็บรหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละบัญชี
ที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใช้งาน การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication หรือ MFA/2FA) เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการรับรหัส OTP ผ่าน SMS, การใช้แอปยืนยันตัวตน หรือลายนิ้วมือ วิธีนี้จะเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น แม้รหัสผ่านจะรั่วไหล ผู้บุกรุกก็ยังเข้าถึงไม่ได้
ปกป้องข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะ OTP
ข้อมูลส่วนตัวหลายอย่างสามารถนำไปใช้หลอกลวงได้ เช่น เลขบัตรประชาชน วันเกิด หรือแม้แต่ข้อมูลธนาคาร
ควรระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้บนแพลตฟอร์มที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือกับบุคคลที่ไม่รู้จัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รหัส OTP (One-Time Password) ซึ่งเป็นรหัสใช้ครั้งเดียวที่สำคัญมาก
ห้ามเปิดเผยรหัส OTP ให้กับใครเด็ดขาด ไม่ว่าคนนั้นจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือแม้แต่คนรู้จัก
ไม่มีหน่วยงานหรือบริการที่ถูกต้องตามกฎหมายจะขอรหัส OTP จากผู้ใช้งานในลักษณะนี้
ตั้งข้อสงสัยกับข้อเสนอที่ “ดีเกินจริง”
ข้อเสนอที่ดูดีจนเหลือเชื่อ เช่น ได้รับรางวัลใหญ่ที่ไม่เคยเข้าร่วม หรือผลตอบแทนการลงทุนที่สูงลิ่วในเวลาอันสั้น มักจะเป็นกลลวง
สแกมเมอร์ มักใช้เหยื่อล่อเหล่านี้เพื่อดึงดูดความสนใจ และนำไปสู่การหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ
หากพบข้อเสนอที่ฟังดู “ดีเกินจริง” ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล
ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อเสนออย่างละเอียด ค้นหาข้อมูลรีวิว หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำสิ่งใดลงไป
การใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลอย่างชาญฉลาด ไม่ได้หมายถึงการหวาดระแวง แต่คือการสร้างนิสัยแห่งความระมัดระวัง ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับภัยคุกคามต่างๆ ที่แฝงมา