AI ในยุคปัจจุบัน: ไม่ได้สร้างความฉลาด แต่กำลังสร้างอะไรกันแน่?

AI ในยุคปัจจุบัน: ไม่ได้สร้างความฉลาด แต่กำลังสร้างอะไรกันแน่?

ทุกวันนี้เราได้ยินคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์กันบ่อยมาก ดูเหมือนจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราแล้ว แต่เคยสงสัยไหมว่า AI ที่เราใช้งานอยู่จริง ๆ แล้วมัน “ฉลาด” เหมือนมนุษย์ หรือกำลังทำอะไรที่แตกต่างออกไป? อุตสาหกรรม AI กำลังมุ่งไปในทิศทางไหนกันแน่ การที่เราเข้าใจความจริงเบื้องหลังนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

AI ไม่ใช่การสร้าง “ความฉลาด” แบบที่เราเข้าใจ

โมเดล AI ในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการ คาดการณ์ พวกมันทำงานโดยการวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดมหาศาล เพื่อค้นหา รูปแบบ และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน จากนั้นก็ใช้รูปแบบเหล่านั้นมาคาดเดาผลลัพธ์

แต่กระบวนการนี้ไม่ได้หมายความว่า AI เข้าใจโลกในแบบที่มนุษย์เข้าใจ ตัวอย่างเช่น AI อาจเรียนรู้ที่จะระบุภาพแมวได้อย่างแม่นยำ แต่มันไม่เคยสัมผัส ไม่เคยเล่นกับแมว หรือเข้าใจว่าแมวคือสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึกอย่างไร มันแค่ “รู้จัก” รูปแบบทางสถิติของแมวเท่านั้น

ขาดสามัญสำนึกและบริบท

หนึ่งในข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดของ AI คือการขาด สามัญสำนึก (Common Sense) มนุษย์เราใช้สามัญสำนึกในการทำความเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ และตัดสินใจอย่างชาญฉลาดโดยไม่ต้องมีข้อมูลเชิงสถิติมากนัก

แต่ AI ไม่มีสิ่งนี้ มันไม่สามารถตีความ บริบท ของข้อมูลที่ได้รับ หากไม่เคยถูกฝึกในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันมาก่อน AI ก็จะไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่มีอยู่เข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้ ซึ่งต่างจากมนุษย์ที่สามารถปรับตัวและเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้เสมอ

แค่ความสัมพันธ์ทางสถิติ ไม่ใช่ความเข้าใจเชิงลึก

สิ่งที่ AI ทำได้ดีคือการระบุ ความสัมพันธ์ทางสถิติ ระหว่างข้อมูลต่าง ๆ แต่มันไม่สามารถแยกแยะระหว่าง ความสัมพันธ์ กับ สาเหตุและผลลัพธ์ ได้

ตัวอย่างเช่น AI อาจพบว่ายอดขายไอศกรีมเพิ่มขึ้นพร้อมกับจำนวนเหตุอาชญากรรม แต่มันไม่เข้าใจว่าอากาศร้อนคือสาเหตุร่วมที่ทำให้ทั้งสองสิ่งนี้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพราะไอศกรีมทำให้เกิดอาชญากรรม นี่คือความแตกต่างพื้นฐานระหว่างการจดจำรูปแบบกับการมีความเข้าใจเชิงลึกอย่างแท้จริง

AI เฉพาะทาง กับ AI ทั่วไป: ความแตกต่างที่สำคัญ

เราควรแยกแยะระหว่าง AI เฉพาะทาง (Narrow AI) กับ AI ทั่วไป (General AI) AI ที่เราเห็นในปัจจุบันทั้งหมดจัดเป็น AI เฉพาะทาง นั่นคือมันเก่งกาจในงานที่จำเพาะเจาะจง เช่น การเล่นหมากรุก การแปลภาษา หรือการแนะนำสินค้า แต่ไม่สามารถนำทักษะเหล่านั้นไปปรับใช้กับงานอื่น ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิมได้

ในทางกลับกัน AI ทั่วไปคือ AI ที่สามารถเรียนรู้ เข้าใจ และประยุกต์ใช้ความรู้ได้เหมือนมนุษย์ ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมของเทคโนโลยีในปัจจุบัน การสื่อสารที่ทำให้เข้าใจผิดว่า AI ที่เรามีอยู่คือ AI ทั่วไป อาจทำให้เกิดความคาดหวังที่ไม่ถูกต้องและปัญหาทางจริยธรรมตามมา

ปริศนา “กล่องดำ” และขอบเขตของมนุษย์

โมเดล AI จำนวนมากทำงานในลักษณะของ “กล่องดำ” (Black Box) นั่นคือเราป้อนข้อมูลเข้าไป และมันก็ให้ผลลัพธ์ออกมา แต่กระบวนการภายในที่นำไปสู่ผลลัพธ์นั้นซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ทั้งหมด ทำให้ยากที่จะอธิบายว่าทำไม AI ถึงตัดสินใจเช่นนั้น

นอกจากนี้ ความฉลาดของมนุษย์ยังครอบคลุมถึงมิติที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยอัลกอริทึม เช่น อารมณ์ ความรู้สึก ความสำนึกผิดชอบชั่วดี และ ความคิดสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติที่ AI ยังไม่สามารถเลียนแบบหรือสร้างขึ้นมาได้

สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่า AI เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ เสริมสร้าง ความสามารถของมนุษย์ ไม่ใช่เพื่อมาแทนที่ความฉลาดหรือจิตสำนึกของเรา การทำความเข้าใจขีดจำกัดและลักษณะที่แท้จริงของ AI จะช่วยให้เราใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง โดยไม่หลงไปกับภาพลวงตาของ “ความฉลาด” ที่มันยังไม่มี